พบโลมาอิรวดีท้องแฝด เกยตื้นตายในเขมร
(ผู้จัดการออนไลนฺ 28 ม.ค.53)

ภาพแฟ้มรอยเตอร์ วันที่ 24 มี.ค.2550 โลมาอิรวดีกำลังเล่นน้ำ เพลิดเพลินในล้ำน้ำโขง ที่หมู่บ้านกัมปี (Kampi) จ.สตึงแตร็ง (Stung Treng) ทางภาคตะวัตออกเฉียงเหนือของกัมพูชา แต่ใต้ลงไปใน จ.กัมปงจาม สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ทางการพบโลมาอิรวดีท้องแฝดตายเกยตื้นอีก 1 ตัว นับเป็นตัวที่ 2 ที่เสียชีวิตในเดือนเดียว
พนมเปญโพสต์-- เจ้าหน้าที่จังหวัดกัมปงจาม พบโลมาอิรวดีที่กำลังตั้งท้องแฝดนอนตายเกยตื้นอีกตัว ในวันเสาร์ (23 ม.ค.) ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนเดียว ที่พบโลมาแม่น้ำตายเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์กล่าวกับพนมเปญโพสต์ในวั นจันทร์
นายโต๊ดเสียงธนา (Touch Seang Tana) ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอนุรักษ์โลมาแม่น้ำโขงแห่งกัมพูชา กล่าวว่าโลมาที่พบเสียชีวิตในวันเสาร์มีน้ำหนักกว่า 102 กก.
"เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเรานำโลมาขึ้นฝั่งเพื่อจัดการให้เรียบร้อย เราถึงพบว่าภายในท้องของมันมีลูกโลมาน้อยอีก 2 ตัวหนักประมาณตัวละ 1 กก.รอคลอดออกมา" นายธนากล่าว
"โดยทั่วไป โลมาอิรวดีในกัมพูชาจะตกลูกระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงประมาณกลางเดือนธันวาคม แต่กรณีที่พบนี้ถือว่าแปลกมาก" นายโต๊ดกล่าวต่อ
เจ้าหน้าที่ผู้นี้ยังคงโศกเศร้ากับการตายของโลมาที่พบ โดยระบุว่าสาเหตุอาจจะเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภา พภูมิอากาศหรือเป็นเพราะทำประมงลากอวนผิดกฎหมายในพื้ นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตโลมา
ก่อนหน้านั้นในวันที่ 18 ม.ค. เจ้าหน้าที่ได้พบโลมาอีกตัวหนึ่งน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ตายอยู่ในพื้นที่ จ.สตึงแตร็ง (Stung Treng) ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่า อาจเกี่ยวข้องกับการทำประมงลากอวนผิดกฎหมายเช่นกัน

ภาพแฟ้มรอยเตอร์ วันที่ 24 มี.ค.2550 โลมาอิรวดีอีกตัวหนึ่งกำลังเล่นน้ำเพลิดเพลินในลำน้ำ โขงที่บ้านกัมปี (Kampi) จ.สตึงแตร็ง (Stung Treng) การเป็นมิตรกับมนุษย์นำอันตรายมาสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้ วยนมที่ไม่มีทางป้องกันตัวเองสายพันธุ์นี้ จำนวนเหลือน้อยลงทุกทีในล้ำน้ำโขงทั้งในดินแดนลาวและ กัมพูชา
นายเตียกเส็ง (Teak Seng) ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund) ประจำกัมพูชากล่าวว่า ได้ส่งตัวอย่างจากโลมาที่ตายไปยังเยอรมนีเพื่อวิเครา ะห์หาสาเหตุ
"เราสงสัยว่าโลมา 1 หรือทั้ง 2 ตัวที่พบนี้ ตายเพราะการลากอวนของชาวประมง" เจ้าหน้าที่คนเดียวกันกล่าว
ปัญหาการเสียชีวิตของโลมาอิรวดีกลายเป็นจุดของการต่อ สู้กันระหว่าง รัฐบาลกัมพูชา และ WWF ในปี 2552 หลังจากกลุ่มอนุรักษ์ตีพิมพ์รายงานซึ่งระบุว่า โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มที่จะสูญพันธุ์
รายงานฉบับเดิมยังได้ระบุว่า ในปี 2546 มีโลมาอิรวดีตายไปทั้งหมด 88 ตัว โดย 60% ตายในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ และ มีการติดเชื้อแบคทีเรียด้วย
แต่นายธนากล่าวว่า งานวิจัยของเขาเอง ได้พบจำนวนประชากรโลมาเพิ่มขึ้นในปีช่วงไม่กี่ปีมานี้