เจรจาระดับประเทศไม่ทันใจเมืองหันจับมือกันสร้าง "สังคมคาร์บอนต่ำ"
(ASTVผู้จัดการออนไลน์)

ความล้มเหลวจากการเจรจาร่วมแก้ปัญหา "โลกร้อน" ที่กรุงโคเปนเฮเกนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เป็นตัวอย่างภาพการทำงานระดับประเทศ ที่ขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จได้ยาก ขณะที่หลายเมืองได้เดินหน้าสร้าง "สังคมคาร์บอนต่ำ" โดยไม่รอการเจรจาระหว่างประเทศ ที่ไม่รู้จะได้ข้อตกลงเมื่อไหร่
สำหรับประเทศไทยเอง ได้มีคณะกรรมการทำงานเพื่อคาดการณ์ภาพอนาคตอันได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนภูมิอากาศมา 2 ปี แล้ว โดย ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้เผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า ได้ทำโครงการสังคมคาร์บอนต่ำและยุทธศาสตร์การปรับตัวเอเปค (APEC Low-carbon Society and Adaptation Strategy Project) มาได้ 2 ปีแล้ว นับแต่ช่วงที่กระแสโลกร้อนยังไม่ได้รับความสนใจนัก
ทั้งนี้ คณะทำงานได้สร้างแนวคิดสิ่งที่โลกจะต้องปรับเปลี่ยน เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Chimate Change) ที่จะเกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาหลายฝ่ายต่างพูดถึงแต่การลดคาร์บอนและไทยเองก็หลงไปกับเรื่องนี้พอสมควร
อันที่จริงแล้วไม่ว่าจะลดหรือไม่ลดการปล่อยคาร์บอน สังคมก็ยังคงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากศ ดังนั้นจึงได้ร่วมกับเอเปคศึกษาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเอเปคเองจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแน่นอน
จากการคาดการณ์ภาพอนาคตทำให้เห็นว่า ในอีก 40 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ จะทำให้เกิดสงครามแย่งน้ำขึ้น เนื่องจาการขาดแคลนน้ำ เกิดการแย่งที่ทำกินเนื่องจากจะเกิดการอพยพย้ายถิ่นจากที่อยู่ซึ่งไม่สามารถทำกินได้ ซึ่งยังรวมถึงการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาตอื่นๆ อาทิ ทรัพยากรทางทะเล ทรัพยากรชายฝั่ง เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการศึกษาได้ภาพฉาย (Scenerio) ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น 5 ภาพ ได้แก่ 1.ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยตรง คือ ภัยแล้งและน้ำท่วม 2.ผลกระทบต่อชีวิตคนเมือง 3.ผลกระทบต่อคนชนบทที่ใช้ชีวิตใกล้กับฐานทรัพยากร 4.การเปลี่ยนที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และ 5.ผลกระทบต่อการค้า-ขายสินค้า
สำหรับคณะทำงานในการคาดการณ์นี้แบ่งเป็น 2 ระดับคือ คณะทำงานระดับสากล ซึ่งมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ อาทิ รัสเซีย สหรัฐฯ จีน ฟิลิปปินส์ จีน ไต้หวัน และแคนาดา เป็นต้น และคณะทำงานไทย ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กรมโยธาธิการและผังเมือง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกระทรวงการต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ ได้จัดประชุมว่าด้วยการคาดการณ์เทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำในเอเชียแปซิฟิก ระหว่างวันที่ 27-28 ม.ค.53 ณ โรงแรมบันยันทรี ซึ่งมีประเทศต่างๆ เข้าร่วม 15 ประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี สิงคโปร์ แคนาดา เป็นต้น ซึ่ง ดร.นเรศกล่าวว่าเป็นการจัดประชุมเพื่อระดมความคิดจากประเทศต่างๆ ที่เริ่มลงมือแก้ไขและรับมือกับการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศในระดับเมือง โดยไม่รอความร่วมมือระหว่างประเทศต่อประเทศแล้ว อาทิ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี และดูไบ เป็นต้น ซึ่งหลังประชุมจะได้ทบทวนและนำเสนอบทเรียนที่ได้แก่หน่วยงานทีเกี่ยวข้องต่อไป
"หลายเมืองที่มีความพร้อมแล้ว ก็เริ่มลงมือก่อน ไม่รอความร่วมมือระหว่างประเทศต่อประเทศซึ่งช้า การประชุมครั้งนี้จึงได้ดึงเมืองต่างๆ ที่มีประสบการณ์เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับการทำงานของเรา จากนั้นจะหาข้อสรุปเพื่อเสนอต่อเวทีที่เกี่ยวข้องต่อไป" ดร.นเรศกล่าว