กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

เร่งแก้วิกฤติป่าแก่งประจานก่อนจะสาย

  • 2 มิ.ย. 2557
  • 1,258

ป่าแก่งกระจานวิกฤติ สั่งเร่งแก้ก่อนจะสาย
ไทยโพสต์ 08-09-53


กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลุยพื้นที่ป่าแก่งกระจาน พบเถาวัลย์ปกคลุมกว่า 3 แสนไร่ ผวาเกิดไฟป่าจนต้นไม้ใหญ่ตายสิ้น จี้เร่งแก้ก่อนจะสาย เพราะกระทบต่อการยื่นเป็นมรดกโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี รองโฆษกคณะกรรมมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ ม วุฒิสภา พร้อมนักวิชาการได้ลงพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแ ก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พาไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าเขาสามร้อยยอด สำรวจเส้นทาง ถ.สายบ้านวังวน-เขาพะเนินทุ่ง ที่พบสภาพป่าถล่มมีเถาวัลย์ปกคลุมเรือนยอดไม้อยู่มาก มาย

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ป่าแก่งกระจานมีขนาดใหญ่ในฝั่งตะวันออกของเทือกเขาตะ นาวศรี ครอบคลุมพื้นที่ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี มีพื้นที่ 1.82 ล้านไร่ ตอนนี้กำลังเกิดปัญหาเถาวัลย์ปกคลุมคล้ายแหขนาดใหญ่ เหมือนเป็นป่าเถาวัลย์ไปแล้ว ทำให้ต้นไม้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดเล็กเติบโตไม่ได้ และเมื่อปกคลุมเป็นเวลานานต้นไม้ขนาดใหญ่จะยืนต้นตาย และเมื่อโค่นล้มจะทำให้ต้นอื่นๆล้มตามเป็นลักษณะโดมิ โน แต่ที่น่ากลัวคือการเกิดไฟเรือนยอดที่เกิดจากเถาวัลย์แห้งตาย พอหน้าแล้งก็จะเกิดไฟไหม้ป่าตามธรรมชาติกินบริเวณกว้าง ทำให้ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นตายไปด้วย

น.ส.สุมลกล่าวว่า จากสภาพผืนป่าดังกล่าวยอมรับว่าคุกคามอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจานอย่างร้ายแรง ต้องเร่งแก้ไขด่วน จากสภาพที่เห็นเถาวัลย์ปกคลุมกินพื้นที่ไปแล้วกว่า 3 แสนไร่ ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าภาครัฐไม่เข้าไปดูแล เชื่อว่าผืนป่าแก่งกระจานที่จะจดทะเบียนเป็นมรดกโลกคงจะไม่เหลือที่จะให้ได้จดทะเบียนอย่างแน่นอน และเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดที่อุทยานแห่ง ชาติแก่งกระจานแห่ง เดียว แต่เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง ถ้ารัฐยังไม่มาดูแลจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน ซึ่งจะเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและนักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นลงพื้นที่ดูสภาพจริงผืนป่าเพื่อที่จะได้ร่วมมือหาทางแก้ไข โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯจะต้องของบมาแก้ ขณะนี้ทางอุทยานได้เริ่มกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตัดต้นเถาวัลย์ที่ปกคลุมผืนป่าบางส่วนแล้วเท่าที่จะทำได้ตามกำลังของเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ และเตรียมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกด้วย


ด้านโรนัลด์ สโตติช ผู้บริหารของอะควาเบาที ให้ความเห็นว่าแซลมอนเป็นปลาที่มีหลักฐานการพิสูจน์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของปลา ซึ่งแซลมอนดัดแปรพันธุกรรมมีหน้าตาเหมือนแซลมอนโดยทั่วไปและมีรสชาติที่เยี่ยมยอดมากๆ

ทั้งนี้ การประชุมสาธารณะที่จะมีขึ้น 3 วันนั้น เอฟดีเอจะสรรหาคณะกรรมการที่ปรึกษาจากภายนอกเพื่อมาท ำหน้าที่พิจารณาโดยรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากเอฟ ดีเอ บริษัท และสาธารณชนในช่วง 2 วันแรกของการประชุมแล้วคณะกรรมการจึงให้ข้อวินิจฉัยอ อกมา ส่วนในวันสุดท้ายเอฟดีเอจะประชุมเพื่อหาข้อสรุปว่าคว รจะมีการติดฉลากปลาแซลมอนดัดแปรพันธุกรรมให้แตกต่างจ ากปลาแซลมอนทั่วไปเพื่อแจ้งให้ผู้บริโภครู้หรือไม่ก่อนที่จะมีการผลิตออกสู่ตลาดในอนาคตอันใกล้

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง