DMCR NEWS

ผลการชันสูตรซากลูกวาฬบรูด้า ลอยติดแปลงหอยแมลงภู่ ดอนหอยหลอด จ.สมุทรสงคราม

  • 1 ม.ค. 2561
  • 1,026

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอให้ข้อมูลประกอบตามที่ปรากฏในข่าวไทยรัฐ ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2560 กรณีวาฬบรูด้า ยาว 8 เมตร ตายลอยอืดดอนหอยหลอด ติดคอกหอยแมลงภู่ ดังนี้


1) การดำเนินการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วันที่ 1 มกราคม 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ดำเนินการลากซากวาฬดังกล่าวจากบริเวณแปลงหอยแมลงภู่ มายังชายฝั่ง ต.บางแก้ว จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อผ่าพิสูจน์ซากหาสาเหตุการตาย นำโดยนายสุรศักดิ์ ทองสุกดี นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ราชาวดี จันทรา (ศวทบ.) เเละ น.สพ.วีรพงษ์ เหล่าเวชประสิทธิ์ (ศวทอ.)  โดยประสานงานร่วมกับนายวิสูตร นวมศิริ (คณะกรรมการ ทช. จังหวัดสมุทรสงคราม) ผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้า พบว่า
- เป็นลูกวาฬบรูด้า เพศเมีย อายุประมาณ 4-6 เดือน
- มีความยาว 5.35 เมตร
- น้ำหนักประมาณ 1 ตัน
- คาดว่าตายมาเเล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน สภาพภายนอกอืดบวม ด้านซ้ายของลำตัวพบการไหม้ของผิวหนังเนื่องจากแสงแดด ส่วนของลิ้นพบ tongue fold (ลักษณะที่ปรากฏในลูกวาฬ) พบลักษณะรอยคั่งเลือดและบวมน้ำบริเวณด้านขวาตลอดความยาวลำตัว และพบหอยแมลงภู่จำนวน 7 ตัวบริเวณคอหอย และ 1 ตัวบริเวณหลอดลมส่วนต้น กล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจปกติ กระเพาะอาหารไม่พบอาหาร ตั้งแต่ลำไส้ส่วนต้นจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนท้ายพบคราบน้ำนมตลอดความยาวลำไส้ ส่วนอวัยวะภายในอื่นๆเช่น ปอด ตับ ไต ม้าม เละ เน่ามากไม่สามารถตรวจสอบรอยโรคได้ ดังนั้นเนื่องจากวาฬมีสภาพซากเน่ามาก ร่วมกับไม่พบรอยโรคที่บ่งชี้สาเหตุการตาย จึงไม่สามารถสรุปสาเหตุการตายได้
 
2) ปัจจุบันสถานภาพวาฬบรูด้าในอ่าวไทย มีประชากรประมาณ 50 ตัว โดยจากฐานข้อมูลการระบุตัวตนด้วยภาพถ่าย (Photo Identification) ของกรม ทช.  ซึ่งดำเนินการศึกษาโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) สามารถจำแนกอัตลักษณ์ของวาฬ พร้อมทั้งตั้งชื่อวาฬไว้ รวมประมาณ 60 ตัว และในปี พ.ศ. 2560 พบแม่ลูกเกิดใหม่ จำนวน 4 คู่ ได้แก่
1. แม่กันยา ลูกชื่อเจ้าปิ่น
2. แม่สาคร ลูกชื่อเจ้าสาคู
3. แม่พาฝัน ลูกชื่อเจ้ายินดี 
4. แม่ทองดี ลูกยังไม่ได้ตั้งชื่อ 
โดยในปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีอัตราการเกิดมากกว่าอัตราการตาย โดยอัตราการเกิด ปี พ.ศ.2560 ประมาณ 8% (4 ตัว) ส่วนอัตราการตาย ปี พ.ศ.2560 ประมาณ 6% (3 ตัว) โดยตัวนี้เป็นตัวที่ 3 ส่วนในปีอื่น ๆ พบมีอัตราการตายประมาณ 2-4% เว้นเเต่ในปี พ.ศ. 2559 มีอัตราการตายประมาณ 15% ซึ่งมากกว่าอัตราการเกิด และจากการศึกษาของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน พบว่า ขณะนี้มีคู่แม่ลูกวาฬในอ่าวไทยตอนบน จำนวน 16 คู่  วาฬบรูด้ากินปลาขนาดเล็ก เช่น ปลากะตัก ปลาไส้ตัน ปลาแป้น เป็นอาหาร ตัวเต็มวัยมีความยาวประมาณ 15 เมตร น้ำหนักประมาณ 20-30 ตัน เพศเมียตัวใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย ตั้งท้องนาน 12 เดือน ออกลูกเป็นประจำทุก 2 ปี ลูกเเรกเกิดยาวประมาณ 3.5-4.0 เมตร โดยพบวาฬบรูด้าแพร่กระจายตลอดแนวชายฝั่งทั้งอ่าวไทย เเละอันดามัน

3) ปัจจุบันวาฬบรูด้าจัดเป็นสัตว์คุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนเเละคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ทั้งนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้การดำเนินการศึกษาวิจัยและติดตามจำนวนประชากรวาฬบรูด้า อย่างต่อเนื่องในพื้นที่อ่าวไทย เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่และถิ่นอาศัย รวมทั้งกำหนดมาตรการท่องเที่ยวชมวาฬบรูด้าอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีแนวทางการดำเนินงานด้านต่างๆ เพื่อลดจำนวนการตายของสัตว์ทะเลหายาก ไม่ว่าจะเป็นโลมา วาฬ เต่าทะเล หรือพะยูน ทั้งที่มีสาเหตุจากการติดเครื่องมือประมง โดยดำเนินการร่วมกับกรมประมง หรือลดการตายที่มีสาเหตุจากการกินขยะทะเล โดยรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ลดการทิ้งขยะลงสู่ท้องทะเล รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาสัตว์ทะเลหายากที่มีชีวิต โดยจัดสร้างศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จัดหารถช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเคลื่อนที่ จัดให้มีสัตวแพทย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิต ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนโยบายของรัฐและประโยชน์ต่อการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน ต่อไป

4) ช่องทางการเผยแพร่
- จัดทำสกู๊ป/บทความลงสื่อออนไลน์ ได้แก่ โพสต์ทูเดย์/มติชน / เนชั่น / tnews
- เผยแพร่ใน social media ได้แก่ facebook / instagram / website / line@ / mobile app ของกรม

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง