DMCR NEWS

ทช. ตรวจสอบร้านค้าเนื้อปลาฉลามพันธุ์หายาก พื้นที่ภูเก็ต

  • 19 พ.ย. 2560
  • 1,174

"ทช. ตรวจสอบร้านค้าเนื้อปลาฉลามพันธุ์หายาก พื้นที่ภูเก็ต"
วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ กรม ทช. ขอให้ข้อมูลประกอบตามที่ปรากฏในข่าวโพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ กรณีร้านอาหารทะเลหาดกระรน จ.ภูเก็ต นำปลาฉลามหัวบาตร และปลาฉลามเสือดาว มาจำหน่ายเพื่อบริโภค ดังนี้
๑. ข้อเท็จจริงร้านอาหารดังกล่าวที่เป็นข่าวชื่อร้านแช๊มป์ซีฟูด ตั้งอยู่หน้า โรงแรม Ibis ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขณะตรวจสอบไม่ปรากฏว่ามีปลาฉลามทั้งสองชนิดตามที่เป็นข่าววางขายในร้าน จนท.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ เจ้าของร้าน ชื่อนายณรงค์ชัย ธนะทวีสกุล มีภูมิลำเนาเดิม อ.กันตัง จ.ตรัง ได้ให้ข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันนี้ไม่มีการจำหน่ายปลาทั้งสองชนิดดังกล่าวตามที่เป็นข่าว แต่อย่างใด ซึ่งที่ปรากฏในภาพ นั้นลูกสาวตนเคยซื้อมาจำหน่ายเมื่อประมาณสองปีมาแล้วโดยซื้อมาจากสะพานปลา แถวเกาะสิเหร่ โดยประมูลเหมารวมมาเป็นกอง โดยไม่ทราบว่ามีกฎหมายหวงห้าม ทั้งนี้ ปลาฉลามเสือดาว เป็นปลาชนิดที่ปรากฏในบัญชี ท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต ลำดับที่ ๘๓ การมีไว้ในครอบครองเป็นความผิดตามมาตรา ๔๕ ประกอบมาตรา ๑๐๐ พรบ.คุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.๒๕๓๕ ส่วนปลาฉลามหัวบาตร ไม่ปรากฏในบัญชีดังกล่าวแต่อย่างใด
๒. ในส่วนของการดำเนินการของ กรม ทช. โดยสำนักงานบริหาร ทช.ที่๙ (ภูเก็ต) ได้ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือไม่ให้มีการซื้อปลาเหล่านั้นมาประกอบอาหารจำหน่าย รวมทั้งขอความร่วมมือว่าในกรณี ปลาฉลามหัวบาตร และปลาฉลามลายเสือดาวเป็นสัตว์ที่ฝ่ายวิชาการฯ ระบุว่าอยู่ในสถานะภาพใกล้สูญพันธุ์ อาจเป็นเหตุก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อันเป็นการฝ่าฝืน พรบ.ทช. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๗ เป็นความผิด ตามมาตรา
๒๗ ซึ่งเจ้าของร้านอาหารรับปากให้ความร่วมมือ ไม่จัดจำหน่ายปลาดังกล่าวอีกต่อไป
๓. กรณี ข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ตามข่าว กรม ทช.จะเร่งดำเนินการศึกษาข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนว่าสัตว์น้ำทางทะเลดังกล่าว มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เป็นสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไม่อย่างไร หากเป็นที่แน่ชัด กรม ทช. จะเตรียมการกำหนดมาตรการคุ้มครอง สัตว์น้ำดังกล่าว โดยใช้กลไกของ พรบ.ทช. ๒๕๕๘ ตามมาตรา ๒๒ ประกอบมาตรา ๒๓ และมาตรา ๓ 
ที่กำหนด ให้ รมว.ทส. ออกประกาศกระทรวงเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองกรณีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาจถูกทำลายได้รับความเสียหาย หรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤติ เพื่อคุ้มครองชนิด หรือประเภททรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดังกล่าวได้ โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เหตุกรณีที่เกิดขึ้น เบื้องต้น กรม ทช.ได้สั่งการให้สำนักงานบริหาร
ทช.ที่๙ (ภูเก็ต) ประสานและทำความเข้าใจกับร้านอาหาร ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่าการนำฉลามหัวบาตร และฉลามเสือดาวมาบริโภค อาจเข้าข่าย มีความผิดตาม มาตรา ๑๗ แห่ง พรบ.ทช. ๒๕๕๘ ฐานก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ เพื่อเป็นการป้องปรามมิให้มีการทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่มีความสำคัญในระบบนิเวศน์ และใกล้สูญพันธุ์ 
๔. กรม ทช. จะนำปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนโยบายของรัฐและประโยชน์ต่อการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ต่อไป

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง