กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

แจกคู่มือดูวาฬหลังคนแห่กันไปดู

  • 2 มิ.ย. 2557
  • 1,261
แจกคู่มือดูวาฬหลังคนแห่กันไปดู

แจกคู่มือดูฝูงวาฬหลังพบนักท่องเที่ยวแห่ดูวาฬที่เพชรบุรีจำนวนมาก
ข่าว อสมท. MCOT News 5-10-53


นักท่องเที่ยวแห่ดูวาฬบรูด้ากลางทะเลแถบจังหวัดเพชรบุรีจำนวนมากโดยบางรายถึงกับการขี่เจ็ตสกีไล่ล่า ขณะที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งออกคู่มือดูวาฬอย่างถูกต้องเพื่อการไม่รบกวนวาฬ และอนุรักษ์

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีฝูงวาฬบรูด้าเข้ามาบริเวณทะเลอ่าวไทยในพื้นที่จ.เพชรบุรี ซึ่งพบมากถึง 18 ตัวทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่ไปดูจำนวนมาก ล่าสุดชาวบ้านแจ้งว่ามีเรือเจ็ตสกี 3 ลำ ขับจากฝั่งไปดูวาฬกลางทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเพราะจะรบกวนวาฬอย่างมาก นอกจากนี้เรือบางลำยังขับไล่วาฬระหว่างหาอาหารเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวบางกลุ่มด้วย เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ด้านนายสมบัติ ภู่วชิรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งหลังจากมีข่าวว่าฝูงวาฬขึ้นที่ทะเลเพชรบุรีมีเรือประมงของชาวบ้านมารับบริการพานักท่องเที่ยวออก ไปดูวาฬ โดยเฉพาะช่วงเสาร์และอาทิตย์ถึงวันละ 20-30 ลำ มากสุด 40 ลำ โดยได้ทำความเข้าใจกับเจ้าของเรือพร้อมทั้งนำด้วยการนำคู่มือการดูวาฬบรูด้าไปแจกให้กับเจ้าของเรือ เพื่อให้ถ่ายทอดการดูวาฬอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้ มีข้อแนะนำการดูวาฬอย่างใกล้ชิด ด้วยการดับเครื่องยนต์และเคลื่อนที่เรือให้ช้าที่สุดรักษาระยะห่างประมาณ 50-100 เมตรด้วยการดูฝูงวาฬทางด้านข้าง ไม่นำเรือดักหน้าและหลัง หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดัง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลายสัปดาห์ยังไม่พบปัญหาว่ามีการเข้าไปใกล้ชิดกับวาฬมากจนจะส่งผลกระทบกับฝูงวาฬบรูด้านอกจากนี้ยังติดตามพฤติกรรมของฝูงวาฬฝูงนี้ด้วย เพราะมีความเป็นไปได้ว่าวาฬอาจจะเข้ามาอาศัยหรืออาจจะมาออกลูกในน่านน้ำไทยก็ได้

ตรังเล็งปั้นบ้านหาดยาวแหล่งเที่ยวใหม่ชุมพรจัดบวชทะเลครั้งที่ 2 สานงานอนุรักษ์
คม ชัด ลึก 5-10-53

ตรัง/ชุมพร-ส.ท่องเที่ยวร่วม อบต.เกาะลิบง พร้อมปั้นบ้านหาดยาว-หาดเจ้าไหมขึ้นสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ชูความเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง ส่วนที่ชุมพรถือฤกษ์ 13ต.ค. จัดโครงการบวชทะเล เพื่อนำความสมบูรณ์กลับคืน

นายประทีป โจ้งทอง อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตรังเปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตรังสำนักงานการท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการ จ.ตรัง และ อบต.เกาะลิบง อ.กันตัง เตรียมผลักดันที่จะเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี คือบ้านหาดยาว-หาดเจ้าไหม อ.กันตัง ซึ่งมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีความหลากหลาย ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว และเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวใกล้เคียงเพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่จะมาถึง

"แม้การท่องเที่ยวทางทะเลจะมีข้อจำกัดในเรื่องของสภาพอากาศและการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล แต่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวนี้ มั่นใจว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างแน่นอนนอกจากการผลักดันเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่บ้านหาดยาว-หาดเจ้าไหมแล้ว สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตรัง ยังเตรียมผลักดันเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่ คือถ้ำกระ ในอ.สิเกา ทดแทนการดำน้ำชมปะการังตามหมู่เกาะต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมาท้องทะเลตรังได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ส่งผลให้ปัจจุบันมีปะการังที่ไม่ได้รับผลกระทบเหลืออยู่ในท้องทะเลตรังไม่ถึง10%" นายประทีปกล่าว

นายวัชรินทร์ แสวงการ ประธานคณะกรรมการจัดการอ่าวท้องตมและการท่องเที่ยวโดยชุมชนท้องตมใหญ่จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ คณะกรรมการจัดการอ่าวท้องตมและการท่องเที่ยวโดยชุมชนท้องตมใหญ่ กลุ่มโฮมสเตย์ท้องตมใหญ่ และกลุ่มอนุรักษ์วัดท้องตมใหญ่ จะจัดโครงการ“บวชทะเลท้องตมใหญ่ สงวนรักษาร้อยล้านชีวิต ปีที่ 2” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ณ ท่าเทียบเรือประมงบ้านท้องตมใหญ่ หมู่ 1ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร

การจัดทำโครงการนี้เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลบริเวณอ่าวท้องตมใหญ่หมู่ 1 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร และบริเวณใกล้เคียงลดลงไปมากประมงในท้องที่จึงต้องออกไปทำประมงที่ไกลฝั่งมากขึ้น คณะกรรมการจัดการอ่าวท้องตมและการท่องเที่ยวโดยชุมชนท้องตมใหญ่กลุ่มโฮมสเตย์ท้องตมใหญ่ และกลุ่มอนุรักษ์วัดท้องตมใหญ่ เห็นว่าปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่อ่าวท้องตมและทะเลใกล้เคียง

"การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อต้องการกำหนดแนวเขตอนุรักษ์ ห้ามทำการประมงเพื่อสงวนไว้เป็นพื้นที่วางไข่ และอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำซั้ง หรือ“บ้านปลา” ซึ่งเป็นปะการังเทียมแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเสริมศักยภาพชุมชน ในการอนุรักษ์และพื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้นแบบในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กลับคืนมาสู่ท้องทะเล"นายวัชรินทร์กล่าว

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง