DMCR NEWS

อธิบดีทช. เผยยื้อชีวิตวาฬนำร่องได้ 5วัน ตายเพราะขยะพลาสติก

  • 2 มิ.ย. 2561
  • 6,917
อธิบดีทช. เผยยื้อชีวิตวาฬนำร่องได้ 5วัน ตายเพราะขยะพลาสติก

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2561 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เปิดเผยว่า  กรณีที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ว่าชาวบ้านพบวาฬว่ายเข้ามาในคลองนาทับ ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ในวันเดียวกันนั้นตนได้สั่งการให้ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จ.สงขลา ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ของกรม ทช. ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ จากการสังเกตุเบื้องต้นพบว่าวาฬมีลักษณะผอม การลอยตัวผิดปกติ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น พบก้อนเนื้อกระจายอยู่ทั่วลำตัว ไม่กินอาหาร มีอาการซึม เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บเลือด ลมหายใจและก้อนเนื้อบริเวณลำตัว พบว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินหายใจ และพบว่าสัตว์มีภาวะขาดน้ำ ทางสัตวแพทย์จึงมีการให้ยาปฎิชีวนะและสารน้ำทางหลอดเลือด และมีการป้อนน้ำเพื่อชดเชยการขาดน้ำ และมีการขนย้ายจากคลองนาทับมายังชายหาดบ้านปึก เนื่องจากน้ำในคลองขุ่นและเชี่ยว ไม่เหมาะต่อการปฐมพยาบาล เมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.61) ในช่วงบ่ายวาฬตัวดังกล่าวเกิดอาการดิ้นมาก และมีการสำรอกเอาพลาสติกออกมาจำนวน 1 ชิ้น รวมถึงมีการชักเกร็งและสำรอกเอาพลาสติกออกมาอีก 4 ชิ้น หลังจากนั้นทางสัตวแพทย์ได้ทำการกู้ชีพวาฬแต่ไม่สำเร็จ ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทีมงานจึงทำการขนย้ายซากวาฬกลับมาชันสูตรยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง จ.สงขลา ผลการชันสูตรพบความผิดปกติในระบบต่างๆ เช่น ปอดอักเสบ หัวใจขาดเลือด พบพยาธิในปอด ท่อน้ำดีและลำไส้ และพบขยะจำพวกพลาสติกในส่วนต้นของกระเพาะอาหารจำนวน 8 กิโลกรัม นับได้จำนวน 85 ชิ้น ซึ่งขยะดังกล่าวอุดตันบริเวณกระเพาะส่วนต้น และพบพลาสติกบางส่วนที่ถูกย่อยในกระเพาะหลัก ซึ่งขยะดังกล่าวเป็นแผ่นพลาสติก ถุงพลาสติกและห่อขนม สาเหตุการตายนี้สาเหตุหลักจึงเกิดจากขยะพลาสติก ที่วาฬกินเข้าไป ทำให้เกิดการอุดตันโดยขยะดังกล่าวเป็นขยะที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เมื่อวาฬป่วยจึงไม่สามารถออกล่าอาหารได้เอง จึงกินพลาสติกเข้าไปเนื่องจากเข้าใจว่าเป็นอาหาร ซึ่งขยะเหล่านี้มีผลทำให้อาการของวาฬแย่ลงและตายในที่สุด

นายจตุพร   กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับวาฬนำร่องครีบสั้นเป็นวาฬที่อาศัยรวมกันเป็นฝูงใหญ่บริเวณทะเลเปิดในโซนเขตร้อน พบได้ตามไหล่ทวีปและร่องน้ำลึก ในประเทศไทยเคยมีการพบเจอวาฬนำร่องครีบสั้นที่บริเวณจังหวัดพังงา จำนวน 2 ครั้ง เมื่อปี 2552 และ 2553 ส่วนในฝั่งอ่าวไทยมีรายงานการเกยตื้นของวาฬชนิดนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง คือเมื่อปี 2544 และ 2553 พบเกยตื้นที่จังหวันครศรีธรรมราช และเมื่อปี 2536 พบเกยตื้นที่จังหวัดนราธิวาส

“วันนี้ถ้าเราจะช่วยลดปัญหาสัตว์ทะเลที่ต้องตายจำนวนมากจากปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติก คำตอบและทางออกที่ช่วยได้คงอยู่ที่พวกเรา ดังนั้น จึงขอฝากไปยังกลุ่มผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค ทุกๆท่าน ช่วยกันลดปัญหาขยะทะเลในทุกๆมิติ เลิกการกระทำที่ไม่ใส่ใจว่าจะเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมากน้อยเพียงใด และการตายของวาฬในครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ขยะทะเลได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก หากเรายังไม่ช่วยกันลดปริมาณขยะทะเล อนาคตภายภาคหน้าเราจะไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอยู่เลย รวมไปถึงสัตว์ทะเลหายากเหลานี้ อีกทั้งตัวเราทุกๆคนก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยเช่นกัน  อย่างไรก็ดี ในวันทะเลโลก (World Oceans day)วันที 8 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ กรม ทช.ได้จัดกิจกรรมขึ้นที่โรงภาพยนต์สยามภาวลัย  สยามพารากอน โดยเชิญผู้ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลาสติกทั้งผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย มาร่วมแสดงเจตน์จำนงค์ในการร่วมลดพลาสติก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอีกเรืองหนึ่ง ” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย

อัลบั้มภาพ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง