ท่ามกลางวิกฤต "สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง" อันเนื่องมาจากมลพิษที่เกิดจากเทคโนโลยีพลังงานที่ไม ่สะอาดซึ่งใช้กันอยู่ส่วนใหญ่ทั่วโลก และกระแสตื่นตัวพลังงานใหม่นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี พลังงานสะอาดแห่งอนาคต ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญที่สุด คือ เมื่อไหร่จึงจะลงมือเปลี่ยนแปลงจริงจังเสียที ล่าสุด คณะนักวิทยาศาสตร์จากทั้งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย- เดวิส และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐ จับมือกันเพื่อศึกษาปัจจัยทุกด้านในการปฏิวัติโลกทั้งใบสู่ยุคแห่งพลังงานไร้มลพิษ พบว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบัน สิ่งที่กล่าวมานั้นทำได้สำเร็จบริบูรณ์ภายในเวลาเพียง 20-40 ปีเท่านั้น
ดร.มาร์ก แซต. จาค็อบสัน และดร.มาร์ก เดลุจชี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย-เดวิส ระบุว่า หัวใจของพลังงานสะอาดคือการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าร้อยละ 90 นั้นมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลม อีกร้อยละ 8 มาจากพลังงานความร้อนใต้ดินและเขื่อน ที่เหลือร้อยละ 2 มาจากคลื่นน้ำทะเล ขณะที่พาหนะและพลังงานสำหรับการคมนาคมนั้นจะใช้เซลล์ พลังงานไฮโดรเจน ส่วนการหุงต้มตามครัวเรือนก็จะใช้ไฟฟ้าทั้งหมด โดยการสำรวจปัจจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์ลงลึกไปถึงปริ มาณวัสดุที่ต้องใช้และค่าใช้จ่ายด้วย พบว่า มีอยู่อย่างเหลือเฟือ แม้แต่แร่หายาก เช่น ทองคำขาว
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเสนอให้มีการจัดทำระบบทดแทนพลังงาน ไฟฟ้าระหว่างกันด้วย ได้แก่ แสงอาทิตย์สำหรับตอนกลางวัน พลังงานลมในตอนกลางคืน และพลังงานจากคลื่นทะเลหรืออื่นๆเป็นระบบสำรอง โดยจากการคำนวณชี้ว่า พื้นที่ของโลกราว 0.4 จะต้องใช้เป็นแหล่งผลิตพลังงานให้กับประชากรทั้งโลก "แผนการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งต้องใช้ความพยายามเทียบได้กับโครงการส่งยานอวกาศ อพอลโล่ไปลงจอดยังดวงจันทร์ของนาซ่า แต่สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นไปได้โดยไม่ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อีก พวกเราเหลือเพียงแค่การตัดสินใจว่าจะเลือกให้อารยธรรมของเราเดินไปในทิศทางใด" ดร.จาค็อบสันกล่าวทิ้งท้าย
ที่มา : ข่าวสด 04-01-54