ตราด - นายไชยันต์ การสมเนตร ประมง จ.ตราด เปิดเผยว่า ปัญหาโลมาตายในอ่าวตราดจำนวนมากในปี 2553 นั้นทางประมง จ.ตราด และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด และสำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ภาคตะวันออก จัดทำมาตรการในการดูแลและแก้ปัญหาการตายของโลมาไว้แล้วโดยพบว่า โลมาตายจากเครื่องมือประมงทุกชนิด โดยเฉพาะอวนลอยชนิดต่างๆ อวนลากทุกชนิด และเครื่องมือดักหมึกสายด้วยหอยจุกพราหมณ์ ซึ่งโลมาจะติดเครื่องมือประมงเหล่านี้ ไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้จึงมักตายจากการจมน้ำ
ทั้งนี้ มาตรการที่ต้องดำเนินการก็คือ จัดระเบียบพื้นที่การทำประมงทุกชนิดและเปิดช่องให้โล มาว่ายออกจากฝั่งได้ขณะออกมาหาอาหาร สร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ปราบปรามการทำประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เฝ้าระวังโดยกลุ่มชาวบ้าน ประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงเห็นความสำคัญของโลมาในการอ าศัยอยู่ในพื้นที่และ สำรวจเรือประมงทุกชนิดเพื่อใช้ในการบริหารจัดการ
นายไชยันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับโลมาที่ตายในอ่าวตราดในปี 2553 ทางประมง จ.ตราด ยังไม่ทราบจำนวนอาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าก็เป็นได้ ทาง จ.ตราด มอบให้ทางสำนักงานสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 เป็นผู้จัดเก็บข้อมูลและสถิติโลมาใน จ.ตราด เพื่อทำเป็นรายงาน เนื่องจากจำนวนโลมาอาจจะซ้ำซ้อนกันได้
ด้านนายไพวัล สิอิ้น ประธานสภา อบต.แหลมกลัด กล่าวว่า การตายของโลมาเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าเป็นห่วง หากยังมีการตายต่อไป เพราะว่าโลมานั้นเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าทางทรัพยากร การออกกฎหมายควบคุมพื้นที่การทำประมงและพ.ร.บ.ประมงฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาจากสภา หากออกมาจะเกิดผลดีได้ ขณะที่ท้องถิ่นและชาวบ้านก็พร้อมจะเข้ามาร่วมมือแก้ปัญหา การที่ชุมชนลงมาดูแลและอนุรักษ์จะเป็นเรื่องที่ดี และนับเป็นแบบอย่างที่ดีของชุมชนอื่นๆ
นายทัด จิตสถาพร ประธานกลุ่มอนุรักษ์โลมาบ้านสะพานหิน การเพิ่มเติมว่าปัญหาการตายของโลมาจะด้วยเหตุใดก็ตาม แต่วันนี้ชาวประมงบ้านสะพานหินยังดูแลและปกป้องโลมาต่อไป และในวันที่ 19 ก.พ.นี้ จะเชิญส่วนราชการ กลุ่มอนุรักษ์และประชาชนทั่วไปทำบุญขอชีวิตโลมาที่สุสานโลมา
ที่มา : ข่าวสด 30-01-54