กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

20 ปี ’ปากมูน’ คืนอิสรภาพแม่น้ำ

  • 1 ม.ค. 2513
  • 1,262
20 ปี ’ปากมูน’ คืนอิสรภาพแม่น้ำ

          เมื่อก่อนชาวบ้าน "ปากมูน"ไม่จน แต่พลันที่รัฐบาลอนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเ ทศไทย (กฟผ.) สร้าง"เขื่อนปากมูล" กั้นแม่น้ำมูน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.โขงเจียมจ.อุบลราชธานี หลายครอบครัว หลายชีวิตชาวปากมูนล่มสลาย ทิ้งถิ่นฐาน เพราะจับปลาไม่ได้ ต้องกลายเป็น "คนจน"

          "ซาว ปี (20 ปี) แล้วจับปลาบ่ได้ ปลามันบ่เข้ามาดอก เขื่อนมันกั้นทางน้ำปลาว่ายมาเจอเขื่อนก็ว่ายกลับ อาชีพหลักเฮาคือจับปลา พอบ่มีปลาแล้วเฮาจะไปเฮ็ดอิหยังได้ ตายลูกเดียว" เสียงสะท้อนจากชาวบ้านทรายมูนอ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี คนปากมูนที่สะท้อนปัญหาอันขมขื่นของเขื่อนปากมูลที่ทำลายชีวิตของคนลุ่มน้ำมูนไปอย่างย่อยยับ แม้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติให้แก้ไขปัญหาด้วยการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลอย่างถาวร แต่ก็ไม่ได้มีหลักประกันใดๆว่าจะเป็นจริงเพราะจากบทเรียนที่ผ่านมา แม้จะเคยมีมติครม.ให้เปิดเขื่อนถาวรมาแล้วแต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกไป

          ในงาน "2 ทศวรรษปากมูนบนเส้นทางการต่อสู้ของคนหาปลา" ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีชาวปากมูนพร้อมด้วยสมัชชาคนจน นักวิชาการ และองค์กรเครือข่าย ได้รวมตัวกันเพื่อเสวนาหาทางออกของปัญหานี้ ที่สำคัญเพื่อตอกย้ำข้อเรีกร้องปลดปล่อยอิสรภาพให้แม่น้ำมูนผ่านพิธีสืบชะตาแม่น้ำ และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์กันที่สันเขื่อนปากมูลเจ้า ปัญหา รศ.ศรีศักร วัลลิโภดมหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ร่วมให้นิยามเขื่อนปากมูลว่าเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์น้อย คือผลิตไฟฟ้าได้น้อยเทียบได้คือปริมาณไฟฟ้าที่จ่ายให้ห้างมาบุญครองใช้เพ ียงห้างเดียวแต่กลับมีอานุภาพทำลายสูง เพราะทำให้พันธุ์ปลาต่างๆไม่เข้ามาในแม่น้ำมูนทำลายนิเวศทั้งระบบและวิถีชาวบ้าน

          ร้ายที่สุดคือทำลายสรรพสิ่งในลำน้ำจนหมดสิ้น รวมถึงชาวบ้านที่อาศัยแม่น้ำมูนดำรงชีวิตในอดีตคนในลุ่มน้ำมูนมีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกับ 3 สิ่ง คือคนกับคน ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านเป็นชุมชน คนกับธรรมชาติที่พึ่งพาอาศัยกันและคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านเป็นความสมดุลของมนุษยชาติ แต่เมื่อมีเขื่อนสิ่งที่เข้ามามันไม่ใช่ 1 ใน 3 สิ่งเขื่อนมาจากข้างนอก ทำให้สิ่งที่เป็นธรรมชาติให้ไม่เป็นธรรมชาติ คนและชุมชนล่มสลายไป อาจารย์ศรีศักดิ์ ย้ำในเวทีเสวนาว่าอย่าเพิ่งเชื่อมติของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูลเพราะคนที่เริ่มต้นสร้างเขื่อน คือพรรคประชาธิปัตย์ อย่าเพิ่งไปเชื่อคำพูดใครการต่อสู้ของชาวบ้านจะต้องมีต่อไป เพื่อความอยู่รอดของชาวปากมูน และคนลุ่มน้ำโขง

          อีกปัจจัยสำคัญในขณะนี้ คือกฟผ.ไม่ยอม ดังนั้น คนปากมูนต้องสามัคคีสู้เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าเขื่อนปากมูลเลวร้ายแค่ไหนและการต่อสู้จะไม่ได้ชนะเพียงแค่คนปากมูน แต่จะต่อสู้เพื่อคนลุ่มน้ำโขงที่จะประสบชะตากรรมเดียวกับคนปากมูน ขณะที่ แม่สมปอง เวียงจันทร์แกนนำชาวบ้านปากมูน ที่ปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศบอกว่า คนปากมูนสู้มา 20 ปี 14 รัฐบาลแม้แต่การล้มมติครม. ให้เปิดเขื่อนก็เคยมีมาแล้ว พวกเราต่อสู้กับเขื่อนมาตั้งแต่เริ่มสร้างสู้จนมีคดีติดตัว 4 คดี

          เขื่อนปากมูลเกิดขึ้นจากคำโกหกของคนนอกที่บอกว่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดี ใช้น้ำฟรี ใช้ไฟฟรี แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่มีการพูดกันก่อนจะสร้างเขื่อนแล้วว่าจะเสียที่อยู่อา ศัย เสียแหล่งทำกินและสุดท้ายก็เป็นความจริง ดังที่ปรากฏในปี พ.ศ.2537 หลังจากปิดประตูระบายน้ำเรือ 200 ลำลงหาปลา ได้หอยขมเพียง 2 หยิบมือกับปลาแก้วตัวเดียว นี่คือความจริงที่ชาวบ้านเจอ แม่สมปองกล่าว ก่อนย้ำว่า "เราต้องสู้ต่อไปคืนอิสรภาพให้แม่น้ำมูนให้ได้"

          ด้าน น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมสะท้อนปัญหานี้ด้วยว่าการต่อสู้ของชาวปากมูนจะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าชาวปากมูนจะสามารถรักษามรดกอันล้ำค่าของบรรพบุรุษไว้ ได้หรือไม่สิ่งที่ตอนนี้ชาวปากมูนต้องทำ คือแสดงพลังให้ทุกคนเห็นเพื่อให้ปากมูนเป็นอิสระโดยเร็ว และการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้สู้เพื่อตัวเองแต่สู้เพื่อลูกหลานในรุ่นต่อไปด้วย จบจากเวทีพูดคุยชาวปากมูนเดินทางไปสันเขื่อนปากมูล พร้อมใจกันทำพิธีสืบชะตาแม่น้ำมูน กระทั่งล่าสุด ได้รวมตัวกันชุมนุมอีกครั้งที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามมติเปิดเขื่อนปากมูลอย่างถาวร ดังเจตนารมณ์ของชาวปากมูนที่ประกาศไว้ในพิธีสืบชะตาแม่น้ำ คนปากมูนจะทำทุกอย่างเพื่อคืนอิสรภาพของแม่น้ำมูนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวปากมูนให้จงได้

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง