DMCR MULTIMEDIA

ทช. ผนึกกำลัง เอสซีจี ร่วมบริหารจัดการวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า ลดไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง

  • 17 ก.พ. 2565
  • 90

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบริหารจัดการวัสดุเชื้อเพลิงในพื้นที่ไฟป่า ระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กรมป่าไม้ (ปม.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด ในการนี้นายชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี ได้กล่าวรายงาน และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ โอกาสนี้นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ร่วมลงนามครั้งนี้ด้วย ในการนี้นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส. เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวง ทส. การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นร่วมกัน ระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน ในการช่วยกันป้องกันแก้ไข และบรรเทาสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองของประเทศ จากการเผาในที่โล่ง โดยการนำวัสดุเชื้อเพลิงมาใช้ประโยชน์ ลดการเผาป่า ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเชื้อเพลิง พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีความห่วงใย และให้ความสำคัญ กับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ "การแก้ไขปัญหามลพิษต้านฝุ่นละออง" อย่างเคร่งครัด ส่งผลให้สถานการณ์ในปี 2564 ของพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ดีขึ้นกว่าปี 2563 ในช่วงเวลาเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ลดลงมากกว่าร้อยละ 52 จำนวนวันที่ค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานลดลงมากกว่าร้อยละ 8 สำหรับสถานการณ์ในช่วงต้นปีนี้พบว่าดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน แต่ยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและเกษตร จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์เศษวัสดุเชื้อเพลิงเพื่อลดการเผา ทั้งนี้ กระทรวง ทส. และเอสซีจี จะช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืนต่อไป