กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

’มันใน’ เกาะสวรรค์ของ ฉัน และ เธอ

  • 6 ก.พ. 2557
  • 1,255

คอลัมน์: DESTINATION: 'มันใน' เกาะสวรรค์ของ ฉัน และ เธอ
(ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์)



นพพร ยรรยง

ถึงฤดูหนาวปีนี้จะไม่แสดงบทบาทมากเท่าปีก่อน แต่คนที่หลงใหลลมหนาวก็ยังฝันถึง

ไอหมอกบนขุนเขา และรอคอยวันไปเยือนจนหลงลืมนึกถึง ฟ้าสีครามกับน้ำทะเลสีเข้มที่กำลังรอคุณไปสัมผัสในบรรยากาศมนต์เสน่ห์

แห่งทะเลหน้าหนาวไปอย่างน่าเสียดาย

สัปดาห์นี้หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 รายสัปดาห์ มีโอกาสไปเยือน"เกาะมันใน" ซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นหมู่เกาะใกล้กรุง ที่ผู้ปรารถนาจะไปติดเกาะสามารถขับรถเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆ และต่อเรืออีกประมาณ 45 นาที ก็จะได้สูดกลิ่นน้ำทะเล สายลม และแสงแดดธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งมลภาวะ และสิ่งก่อสร้างแปลกปลอมแล้ว

การเดินทางครั้งนี้เรามีโอกาสร่วมทางไปกับ สำนักงาน กปร. (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งสงวนไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์สืบต่อไป หลังเรือไม้ลำโตเพียงที่ลอยลำรอรับพวกเราทิ้งปากแม่น้ำประแสอึดใจ ทั้งเรา และเรือ ก็ฝ่าแสงแดดเข้าเทียบฝั่งเกาะมันใน! โดยมีสะพานปูนขาว ซึ่งทอดยาวเข้าไปยังตัวเกาะ คอยต้อนรับ

เกาะมันใน มีพื้นที่ราวๆ 100 กว่าไร่ ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเสม็ดถึงจะเป็นรองแต่ที่นี่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้เกาะเสม็ดก็แล้วกัน เพราะพื้นที่ทุกตารางกิโลเมตรอัดแน่นไปด้วยธรรมชาติอันอุดมด้วยแมกไม้ปกคลุมทั่วเกาะน้ำทะเลสีเขียวอมฟ้าเปล่งประกายท้าไอแดด ผืนทรายสีขาวปนแดงทอดตัวเหยียดยาว รวมถึงป่าปะการังที่นอนรอการเชยชมจากเหล่านักท่องเที่ยวซึ่งแสวงหาความงามใต้น้ำ ซึ่งเป็นดั่งสวรรค์ของผู้ชื่นชอบการดำน้ำตื้น

เพราะที่นี่อุดมไปด้วยเหล่าปะการังหลากหลาย ดอกไม้ทะเล หมู่ปลาและสัตว์น้ำต่างๆให้เลือกชมมากมาย

โชคดีที่วันนี้น้ำขึ้นมาก ทำให้ผิวน้ำบริเวณรอบเกาะจะใสกว่าตอนน้ำลงเอื้อแก่การดำน้ำมาก แต่นั่นเป็นไฮไลต์สุดท้ายของวันนี้ เราจึงเลือกเดินชมรอบๆสถานีอนุรักษ์เต่าทะเล และฟังคำบรรยายจากพี่เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเกี่ยวกับประวัติและทรัพยากรบนเกาะ ... ถึงน้ำจะขึ้นสูงจนปกคลุมหาดทรายเกือบหมดแต่ความงามก็ไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด ความเงียบสงบจนได้ยินเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งดังกังวาน

ผ่านหู สายลมพัดโชยปะทะใบหน้า ท้องไส้เริ่มส่งเสียง อาหารกลางวันมื้อนี้ดูท่าจะเอร็ดอร่อยกว่าที่เคยด้วยบรรยากาศโดยรอบ

แสงแดดร้อนแรงช่วยเติมความงามของท้องทะเลให้ดูสดใสยิ่งขึ้น หลังเดินชมหาดทรายขาว เพื่อให้อาหารย่อยได้สักพัก เจ้าเต่าน้อยก็นอนรอกินอาหารอยู่ในสระ พวกมันไม่รีรอกินอาหารจากมือผู้มาเยือนที่หยิบยื่นให้ ไม่นานนักเต่าน้อยพวกนี้ก็จะเติบใหญ่และพร้อมกลับสู่ท้องทะเลอันเป็นบ้านเกิดสู่ระบบนิเวศดังเดิม หวังแต่เพียงเหล่านักล่าชั้นบนสุดอย่างเราๆจะปล่อยให้พวกเขาได้เติบโตและสืบสานเผ่าพันธุ์ตามวิถีของมันก่อนจะไม่มี


หลงเหลือตามท้องทะเลไทยให้ลูกหลานเราได้ดูกัน

เหล่าเพื่อนร่วมทางเริ่มกระสับกระส่ายอยากลงน้ำกันเต็มแก่ หลังเปลี่ยนชุดกันเรียบร้อย ไฮไลต์ท้ายสุดของวันนี้ก็เริ่มขึ้น แต่น่าเสียดายที่ในบางจุดเมื่อมองลงไปในน้ำยังคงพบเศษขยะลอยมาประปรายจากเกาะใกล้เคียงซึ่งยังจัดการสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ได้ไม่ดีพอ แต่สำหรับผมและเพื่อนวันนี้ขอตัวนั่งรถคุณเจ้าหน้าที่ชมทิวทัศน์รอบเกาะ เพราะไม่ได้เตรียมชุดมาเปลี่ยนเส้นทางดูคดเคี้ยวลาดชันรถวิ่งไปเรื่อยๆ จนหยุด ที่จุดชมวิวซึ่งขณะนี้ยังไม่เปิดเป็นทางการ แต่จากความงามที่ปรากฏตรงหน้าก็พอเดาได้ว่าอีกไม่นานคงจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดในการชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดบนเกาะนี้

พระอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง แสงยามเย็นช่างงดงาม การเดินทางได้สิ้นสุดลง เราจากลาด้วยความประทับใจจากความเงียบสงบอันอนุรักษ์ไว้ซึ่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งมนุษย์พึงแสวงหาแต่บางครั้งกลับไปทำลายเข้าอย่างไม่รู้ตัว เรือเข้าเทียบท่า ตะวันลาลับขอบฟ้า เราสัญญาว่าจะมาเยือนอีกครั้งเกาะมันใน

Monnai Island NoteBook

เกาะมันในตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง ห่างจากฝั่งบริเวณแหลมแม่พิมพ์ ประมาณ 5 กิโลเมตร ห่างจากปากแม่น้ำประแสประมาณ 8 กิโลเมตร

บนเกาะไม่อนุญาตให้ค้างคืน (เพราะกลัวไปรบกวนธรรมชาติ)บนเกาะไม่มีอาหารขาย ต้องเตรียมมาเอง (ทิ้งขยะให้เป็นที่)มีสหกรณ์ขายของที่ราคากันเอง (กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง)บนเกาะยังไม่มีไฟฟ้า (จะเปิดเครื่องปั่นเฉพาะเวลา 6 โมงเย็น ถึง4 ทุ่ม)

ใครๆ ก็ขึ้นมาบนเกาะได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ต้องขออนุญาติ(ตามเวลาที่กำหนด)

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนพฤษภาคม (ฤดูฝนจะเดินทางลำบาก)

ขึ้นเรือที่อ่าวมะขามป้อมจะใกล้กว่า ขึ้นเรือที่ปากแม่น้ำประแส

Let's go
Monnai Island รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ถึง ระยอง เดินทางไปได้หลายเส้นทาง ตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นระยะทาง 220 กม.

ไปตามทางหลวงหมายเลข 3 และแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรง กม.ที่ 136.5
ไปตามทางหลวงหมายเลข 34 และเข้าทางหลวงหมายเลข3138 โดยผ่านอำเภอบ้านบึง เป็นระยะทาง 179 กม.

เกาะอยู่ห่างจากแหลมแม่พิมพ์ 5 กิโลเมตร ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 30-40 นาที สามารถเช่าเรือ จากแหลมแม่พิมพ์ อ่าวมะขามป้อมหรืออีกทางหนึ่งไปขึ้นเรือที่ปากแม่น้ำประแส

ติดต่อเช่าเรือได้ที่ www.thetoy tour.com โทรศัพท์ 081-451-4862 หรือ คุณกานดา โทรศัพท์ 089-0021103 (เรือประมงชาวบ้าน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ม.6 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง

โทรศัพท์เบอร์ 0-3866-1693 http//www.dmcr.go.th/E-mail : mannai@loxinfo.co.th


ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 23 - 29 พ.ย. 2552

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง