กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ถอดรหัสมาบตาพุด:ถามใจคนในพื้นที่

  • 18 มี.ค. 2557
  • 1,262

ถอดรหัส 'มาบตาพุด' ถามใจคนในพื้นที่
(เว็บไซต์ไทยรัฐ 11 ธ.ค.52)

ทางออกการแก้ปัญหามาบตาพุดในความเห็นของประชาชน อาจกล่าวได้ว่า แนวทางการแก้ไขปัญหามลพิษน่าจะสามารถดำเนินการได้โดยไม่ยาก และจากการสัมภาษณ์ประชาชน พบว่า สาเหตุของมลพิษสามารถสังเกตได้ประจักษ์ชัดไม่ซับซ้อน ประชาชนต่างเห็นถึงการกระทำผิดกฎหมายในการปล่อยมลพิษอยู่เนือง เช่น การปล่อยแก๊สพิษในยามที่อากาศโปร่ง หรือการปล่อยน้ำเสียโดยไม่บำบัดในช่วงที่เกิดฝนตกหนัก ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงอยู่เนือง ๆ

สำหรับข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่ได้แก่:1. ประเด็นสำคัญอยู่ที่โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องทำปฏิบัติกฎหมายโดยเคร่งครัดจะละเมิดต่อประชาชนไม่ได้รวมทั้งการสร้างจิต สำนึกแก่พนักงานและผู้บริหารของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมยิ่งขึ้น 2.การควบคุมไม่ให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการที่ทำให้เกิดการปล่อย มลพิษอยู่เนืองๆ 3. การมีคณะกรรมการตรวจสอบมลพิษ โดยมีผู้แทนของประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมด้วย 4. การตรวจสอบการลักลอบปล่อยมลพิษอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือนหรือทุกครั้งที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบปล่อยมลพิษ เช่น เวลาฝนตก เป็นต้น 5. การมีมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง 6. การตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องมือในการบำบัดกากอุตสาหกรรมในรูปแบบต่าง ๆรวมทั้งการการพัฒนาระบบขจัดมลพิษให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

8. ในส่วนภาคประชาชน ควรได้รับการแจกที่กรองน้ำ หน้ากากและได้รับการตรวจสุขภาพโดยไม่คิดมูลค่าทุกปีรวมทั้งได้รับค่ารักษา พยาบาลเป็นพิเศษจากการอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว 9. การปลูกต้นไม้เพื่อช่วยลดมลพิษ 10. การซ้อมอพยพในกรณีเกิดการรั่วไหลของมลพิษสู่ชุมชน 11. การจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน โดยให้ห่างไกลจากมลพิษโดยวิธีการขายที่ดินให้กับกิจการอุตสาหกรรม 12. การจัดการเวนคืนที่ดินของประชาชนเพื่อการขยายตัวของอุตสาหกรรม 13. ประชาชนต้องมีสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างทันทีและชัดเจนเพื่อการคุ้มครอง ประโยชน์ของผู้อยู่อาศัยโดยตรง 14. การจัดชุมนุมประท้วงโรงงานที่ปล่อยมลพิษ เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขโดยทันที

ดังนั้น แนวทางการแก้ไขจึงอยู่ที่การตรวจสอบเพื่อควบคุมการกระทำผิดกฎหมาย เช่นนี้อย่างใกล้ชิด หากทางราชการหรือภาคประชาชนได้จัดตั้งหน่วยงานที่เป็นกลางซึ่งไม่มีส่วนได้ ส่วนเสียมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องพร้อมกับการรายงานผลการตรวจสอบ ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องเช่นกันเชื่อว่าการปล่อยมลพิษในรูปแบบต่าง ๆ จะลดน้อยลง การที่ประชาชนในพื้นที่ยังมีความเชื่อว่าโรงงานจำนวนมากทั้งที่เป็นของ บริษัทมหาชนหรือไม่ก็ตามยังมีการละเมิดกฎหมาย ละเมิดต่อผู้อยู่อาศัยหรือชุมชนโดยรอบนั้นถือเป็นการประกอบอาชญากรรม และถือเป็นการขาดความรับผิดชอบต่อสังคมโดยตรง

ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และการฟ้องร้องเป็นราย ๆ จึงน่าจะเป็นมาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหามากกว่าการเหวี่ยงแหซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน กระบวนการสร้างภาพพจน์ที่ดีของอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการไป อย่างจริงจังและตรวจสอบได้ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นไปตามความเชื่อของประชาชนที่ ว่าเป็นการสร้างภาพมากกว่าความตั้งใจจริงในฐานะนักการอุตสาหกรรมมืออาชีพ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมก็ควรที่จะเข้าใจว่าการลดต้นทุนด้วยการแพร่กระจายมลพิษ นั้น ย่อมส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมในระยะยาวเพราะจะถูกต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่นั่นเอง

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง