กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ม๊อบเคลื่อนไหวแสดงพลังเร่งแก้โลกร้อน

  • 18 มี.ค. 2557
  • 1,257

ชาวโลกเคลื่อนไหวแสดงพลังขอเร่งแก้โลกร้อน
(เว็บไซต์ไทยรัฐ 14 ธ.ค.52)


เมื่อวันเสาร์ 12 ธ.ค. ว่า กลุ่มเคลื่อนไหวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่างพากันแสดงพลังเรียกร้องถึงผู้มีอำนาจ และ ผู้รับผิดชอบต่อนโยบายการแก้ปัญหาโลกร้อน ให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก สถานที่ประชุมผู้แทนจากทั่วโลกว่าด้วยการแก้ปัญหาโลกร้อน กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนอยู่ระหว่างแสดงพลังเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจ เร่งเจรจาและบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อนกันให้ได้โดยเร็ว ทำให้สถานการณ์กลางกรุงโคเปนเฮเกนเสมือนพื้นที่สงคราม เพราะเจ้าหน้าที่เดนมาร์กต่างเตรียมพร้อมรับมือคลื่นผู้ประท้วงที่หลั่งไหลกันมาจากทั่วโลก

ไม่เฉพาะการเคลื่อนไหวประท้วงในเดนมาร์กเท่านั้น กลุ่มผู้ตระหนักถึงภัยโลกร้อนอีกหลายหมื่นคน พากันแสดงพลังเคลื่อนไหวประท้วงที่นครซิดนีย์ในออสเตรเลีย โดยผู้จัดการชุมนุมเชื่อมั่นว่าสามารถระดมผู้คนร่วมงานได้มากกว่า 50,000 คน เช่นเดียวกับผู้คนในฮ่องกง ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ต่างชุมนุมเคลื่อนไหวประท้วงเรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบเร่งแก้ปัญหาโลกร้อน โดยเนื้อหาสาระคือให้กลุ่มชาติร่ำรวยต้องช่วยเหลือกลุ่มชาติกำลังพัฒนา

กลุ่มผู้ประท้วงชี้ว่า สหรัฐคือผู้ปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศโลกมากที่สุด สหรัฐคือผู้นำมาเฟียคาร์บอน ดังนั้น สหรัฐต้องมีส่วนร่วมในข้อผูกพันทางกฎหมาย ขณะที่อินโดนีเซียคือผู้ปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศโลกรายใหญ่อันดับ 3 รองจากจีน และสหรัฐ โดยต้นเหตุของการปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศโลกของอินโดนีเซียเกิดจากการ แผ้วถางพื้นที่ป่ามากถึง 80 เปอร์เซ็นต์

วันเดียวกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงระบุนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า มีกำหนดเดินทางเข้าร่วมประชุมว่าด้วยปัญหาโลกร้อนที่เดนมาร์กระหว่างวัน ที่ 17 - 18 ธ.ค. โดยจะได้พบกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ของอินเดีย และประธานาธิบดีนิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ท่ามกลางความคิดเห็นที่ยังแตกแยกกันของกลุ่มชาติร่ำรวยกับกลุ่มชาติยากจน ในความพยายามแก้ปัญหาโลกร้อน ขณะเดียวกัน ที่กรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม รัฐมนตรีคมนาคมกลุ่มชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับญี่ปุ่น ร่วมรับรองแผนช่วยลดมลภาวะทางอากาศจากระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อาทิ กรุงจาการ์ตา และนครโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งยังไม่มีระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูงและปลอดมลภาวะ ทั้งนี้ เป้าหมายของแผนดังกล่าวจะช่วยยกระดับระบบขนส่งมวลชนในกลุ่มชาติสมาชิกให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง