กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

รุมทึ้ง3หมืนไร่ป่าอุทยานระนองยันทะเล

  • 18 มี.ค. 2557
  • 1,261

คอลัมน์: ตะลุยข่าว: รุมทึ้ง...3 หมื่นไร่ป่าอุทยานฯระนองยันทะเล
(เว็บไซต์คมชัดลึก)


บุญเลื่อน พรหมประทานกุล
นอกจากปัญหาการทะลักเข้ามาใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายแล้ว จ.ระนอง กำลังเผชิญกับปัญหานายทุนบุกรุกป่าและชายทะเล ด้วยเหตุนี้จังหวัดจึงร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 หามาตรการป้องกันและจัดการกับผู้บุกรุกป่า โดยเชิญตัวแทนสื่อมวลชน หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผืนป่า รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เบล 212 บินตรวจสภาพพื้นที่ป่าไม้ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ละอุ่น อ.กะเปอร์ อ.กระบุรี และ กิ่ง อ.สุขสำราญ

สภาพพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ แต่ที่น่าตกใจคือบางพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง สร้างความเสียหายให้แก่ผืนป่าหลายหมื่นไร่ "วันชาติ วงษ์ชัยชนะ" ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองบอกว่า ผืนป่าของระนองหลายพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง อ.กระบุรี และ อ.ละอุ่น อยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงพบพื้นที่ถูกบุกรุกกว่า 3 หมื่นไร่

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่พ่อเมืองระนองเป็นห่วงมากที่สุด คือ แนวรอยต่อระหว่าง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กับ อ.ละอุ่น จ.ระนอง เนื่องจากสภาพการบุกรุกอยู่ในขั้นวิกฤติ ภูเขาหลายลูกถูกชาวบ้านและนายทุนบุกรุก ตัดต้นไม้ใหญ่ ซึ่งต่อไปอาจจะส่งผลต่อสภาพน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ ที่สำคัญคือแนวการบุกรุกกำลังคืบคลานเข้าสู่สภาพพื้นที่ป่าสมบูรณ์เขาห้วยเสียด ซึ่งเป็นผืนป่าสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์แห่งเดียวของ จ.ระนอง

"กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกแผ้วถางและครอบครองส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงบรรดานักการเมืองท้องถิ่น หากมีข้อมูลชัดเจนก็จะดำเนินคดีไม่มีละเว้น" พ่อเมืองระนองว่าอย่างนั้น

ส่วนแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ ผู้ว่าฯ วันชาติ บอกว่า คือการหาทางหยุดยั้งไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่ม โดยจะนำข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจครั้งนี้ไปร่วมประชุมสรุปกับหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่เป้าหมายคือต้องยับยั้งการบุกรุกใหม่ให้ได้ รวมถึงการร่วมปฏิบัติการณ์ในภาคพื้นดิน เพื่อตรวจยึดผืนป่าคืนแผ่นดิน โดยเฉพาะผู้ที่เข้าครอบครองหลังปี 2541 จะต้องถูกยึดคืนและถูกดำเนินคดีทั้งหมด เนื่องจากผืนป่าส่วนใหญ่ที่มีการบุกรุกอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ

ในส่วนของอุทยานแห่งชาติน้ำหงาวเองก็พบการบุกรุกแผ้วถางป่าเข้าไปครอบครองทำการเกษตรและสร้างที่อยู่อาศัยนับหมื่นไร่ "ไพรัตน์ อุทัยแสง" หัวหน้าสายตรวจป้องกันและปราบปราม ได้ร่วมกับตำรวจ สภ.ละอุ่น ทหาร ฉก.ร.25 กองกำลังเทพสตรี และฝ่ายปกครอง เข้ารื้อถอนพืชผลอาสินและสิ่งปลูกสร้างบริเวณบ้านแพรกยาง หมู่ 5 ต.ละอุ่นหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ซึ่งเป็นตะเข็บรอยต่อบ้านเขาค่าย หมู่ 3 อ.สวี จ.ชุมพร

"ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและพิทักษ์ผืนป่าอุทยาน กินอาณาเขตครอบคลุม 2 จังหวัด คือ ระนองและชุมพร เนื้อที่ประมาณ 417,500 ไร่ พบว่าหลายพื้นที่มีปัญหาชาวบ้านและกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกแผ้วถางและครอบครอง จึงเข้าไปดำเนินการผลักดันและทำประชาคมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกแผ้วถางและถือครองเพิ่ม" ไพรัตน์กล่าว

ขณะที่ "สุรพล อาวุธ" ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ละอุ่น ก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่ หลังพบว่าหลายพื้นที่มีราษฎรเข้าไปบุกรุกแผ้วถางครอบครองเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง ทั้งความแห้งแล้ง น้ำป่าไหลหลาก อุทกภัย และดินถล่ม เป็นต้น

ด้าน พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ให้ความเห็นว่า สภาพป่าใน อ.กะเปอร์ กับกิ่ง อ.สุขสำราญ ยังมีความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หามาตรการว่าจะทำอย่างไร เพื่อรักษาผืนป่าเหล่านี้ไว้ไม่ให้ถูกบุกรุกแผ้วถางหรือเข้าไปครอบครองเช่นพื้นที่อื่นๆ

ไม่เฉพาะผืนป่าเท่านั้นที่ถูกบุกรุก แม้แต่พื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งของระนองก็อยู่ในถาวะถูกบุกรุกเช่นกัน "ขนาย ทองหนูนุ้ย" หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (เมืองระนอง) ส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาว่าเกิดจากชาวบ้านและนายทุนบุกรุกในหลายพื้นที่ เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ของเมืองระนองติดภูเขาและที่ลาดชัน ทำให้ทิศทางการขยายของเมืองมีแนวโน้มเติบโตไปในทิศทางพื้นราบ ซึ่งเป็นป่าชายเลน มีการซื้อขายที่ดินในเขตป่าชายเลน อันเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนและเก็งกำไร

"สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้มีการบุกรุกทำลาย และยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าชายเลนในเขตเมืองมากขึ้น" ขนายให้ความเห็น

ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากไม่รักษาป่าชายเลนในเขตเมืองเอาไว้ โดยเฉพาะผืนป่าชายเลนด้านทิศเหนือของคลองด่าน จรดถนนระนอง-ปากน้ำ ขนายขยายความว่า จ.ระนอง จะประสบปัญหาหลายประการ อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะ น้ำเสีย ปัญหาน้ำท่วม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากคลื่นทะเล ลมพายุ และการกัดเซาะชายฝั่ง

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง