หาดทราย ชายหาด คุณค่าแห่งการอนุรักษ์
(เว็บไซต์มติชน 23 ธ.ค.52)
หาดทรายเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญและพบได้ทั่วไปตามแนวชายฝั่งทะเลมนุษย์ใช้ประโยชน์จากหาดทรายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การประมง การท่องเที่ยว และสันทนาการต่างๆ ในประเทศไทย มีหาดทรายที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามติดอันดับโลก เช่น หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาล
ทรายบนชายหาดที่ในแต่ละแห่งนั้นมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของหินต้นกำเนิด เช่น หินแกรนิตและหินไนส์จะให้ทรายที่ขาวสวยเช่น หาดทรายทางฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต หาดทรายหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย
หาดทรายมีความแตกต่างกันตามลักษณะธรณีโครงสร้างและกระบวนการอุทกศาสตร์ของน้ำทะเล หาดทรายทางฝั่งอันดามันจะมีลักษณะแคบสั้น และอยู่ระหว่างหัวแหลม เรียกว่าหาดก้นอ่าว (pocket beach) ส่วนหาดทรายชายฝั่งอ่าวไทยจะมีลักษณะกว้างยาวขนานกับแผ่นดิน(mainland beach)
นอกจากนี้ยังมีภูมิลักษณ์ที่เกิดร่วมกับหาดทรายอีกรูปแบบ ได้แก่ เนินทรายชายฝั่ง (coastal dune) เป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยป้องกันพื้นที่ชั้นในจากคลื่นลม เกิดจากลมพัดพาทรายมากองบนหาดทายทำให้หาดทรายบริเวณนี้ สูงกว่าหาดทรายปกติ เช่น เนินทรายที่เขาเต่าอำเภอหัวหิน และเนินทรายตั้งแต่บ้านโคกสูงจนถึงบ้านท่ามะนาว อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แต่ขณะนี้หลายบริเวณเนินทรายถูกแปรสภาพเป็นพื้นที่เพาะปลูก สิ่งปลูกสร้าง และถนนทำให้เกิดการเคลื่อนที่ผดไปจากธรรมชาติและก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ผิดไปจากธรรมชาติและก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในที่สุด
หาดทรายตามแนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามการเปลี่ยนทิศทางของลมมรสุม ในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรงทรายจะถูกพัดพาไปกองอยู่ใต้น้ำกลายเป็นสันดอนช่วยป้องกันคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไม่ให้ชายฝั่งถูกกัดเซาะ และในช่วงไม่มีมรสุมคลื่นลมสงบ ทรายจะถูกคลื่นลมพัดพาเข้าสู่ชายหาดตามเดิม เป็นการปรับสมดุลของหาดทรายตามธรรมชาติ ในแต่ละฤดูกาล
หาดทรายจึงถือเป็นปราการที่ธรรมชาติได้ออกแบบให้ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลม โดยชายหาดที่ทอดตัวเป็นแนวยางลงไปในทะเลจะค่อยๆ ทำให้คลื่นอ่อนกำลังลงจนหมดพลังไปในที่สุด
ชายหาดเป็นสถานที่ที่มีการเคลื่อนไหวของเม็ดทรายอยู่ตลอดเวลา นอกจากกระแสน้ำและคลื่นลมที่จะทำให้เม็ดทรายเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่สามารถสังเกตเห็นได้แล้ว การรบกวนระบบนิเวศชายหาดในลักษณะต่าง เช่นการถมทรายเพื่อปรับทัศนียภาพของชายหาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวการดูดทรายจากทะเลขึ้นมาถมพื้นที่ การสร้างสิ่งปลูกสร้างทั้งริมชายหาดและที่ล่วงล้ำเข้าไปในทะเล ล้วนเป็นการรบกวนสมดุลของระบบซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่และก่อให้เกิดความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและชาวประมงในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก และจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในที่สุด
ดังนั้นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทุกภาคส่วนจึงควรร่วมกันอนุรักษ์หาดทรายและพื้นที่ชายฝั่งอย่างจริงจัง เพื่อดำรงไว้ซึ่งหาดทรายที่สวยงามของประเทศไทยสืบไป