กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

อูรักลาโวจ ผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเล

  • 18 มี.ค. 2557
  • 1,279

ลมหายใจ...ชีวิต...จิตวิญญาณ "อูรักลาโวจ" ผู้พิทักษ์แห่งท้องทะเล
(เว็บไซต์คมชัดลึก2 ม.ค.52)


"...ตำนานเล่ากันว่าสมัยก่อนคัมภีร์ของชาวอูรักลาโวจตกลงไปในทะเลขณะแล่นเรือ เมื่อคัมภีร์อยู่ในน้ำ ตัวอักษาทั้งหมดก็ถูกน้ำทะเลชะกลายเป็นลายข้างตัวปลาสลิดทะเล ภาษาที่ใช้เรียกปลาชนิดนี้จึงแปลว่าหนังสือ...ฌาบัฮซูรัจ"

ความผูกพันของชนชาวเลผู้มีเรือเป็นบ้านอย่าง "อูรักลาโวจ" (อ่านว่า อู-ลัก-ลา-โว้ย) กับทะเล ไม่เพียงปรากฏแต่ในตำนาน ชีวิตของชาวเลที่ว่ากันว่าในอดีตเคยร่อนเร่ไร้หลักแหล่ง และแผ่นดิน จับปลาเล็กปลาน้อย งมหอยหากุ้งเพียงพออยู่กิน พวกเขาจะขึ้นมาอาศัยอยู่บนฝั่งก็ต่อเมื่อได้กลิ่นลมตะวันตกเฉียงใต้ กลิ่นอันเป็นสัญญาณเตือนการเริ่มต้นของฤดูมรสุม

ปัจจบัน แม้พวกเขาได้ลงหลักปักฐานภูเก็ตหาดราไวย์ หาดทรายทางตอนใต้ของจังหวัดภูเก็ตอยู่ร่วมกับชาวมอแกนและ ชาวมอแกลนรวมกว่า 1,300 คน ทว่า พวกเขาก็ไม่เคยลืมรากเหง้า...วิถีชีวิตจิตวิญญาณและลมหายใจของพวกเขาในวันนี้ก็ยังคงเป็นท้องทะเล

เช้าวันอากาศสดใสที่แหลมพันวา จ.ภูเก็ต เรือลำย่อมบรรทุกหลายสิบชีวิตทั้งนักวิชาการทางทะเล สื่อมวลชนและอาสาสมัครชาวเลอูรักลาโวจ ทั้งหมดมุ่งหน้าสู่เกาะไข่นอกและเกาะดอกไม้ เพื่อร่วมกันสำรวจสภาพแนวปะการังด้วยเทคนิคการสำรวจอย่างง่ายที่เรียกว่า "รีฟ วอท์ช (Reef Watch)" โดยการสนับสนุนของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำกัด (มหาชน)

"รีฟ วอทช์" ทำง่าย ทำได้ตั้งแต่นักวิชาการชาวเล ไปจนถึงนักดำน้ำทั่วไปทั้งลึกและตื้น แม้ไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาก่อนก็ยังสามารถเข้าใจได้ เริ่มต้นโดยการบันทึกลักษณะของแนวปะการังว่าลาดเอียงแบบไหน แบบตื้น แบบไหล่ หรือแบบลาดชัน จากนั้นสังเกตประเภทประการังว่าเป็นแบบกิ่ง แบบก้อน แบบโต๊ะ หรือแบบอื่นๆ ตายแล้วหรือยัง มีพื้นที่ทรายมากขนาดไหน โดยทั้งหมดให้กะปะเมินในพื้นที่ประมาณ 10 คูณ 10 เมตร สำหรับสิ่งมีชีวิต ถ้าเป็นปลาให้ดูว่าเป็นปลาผิวน้ำ ปลากลางน้ำ หรือปลาหน้าดิน ส่วนจำนวนให้บันทึกคร่าวๆ ซึ่งถ้ารู้จักว่าเป็นปลาประเภทไหนก็ให้ระบุลงไปด้วย เพราะปลาหลายชนิดเป็นดัชนีชี้วัดสมบูรณ์ ปลากะพง ปลาผีเสื้อ ฯลฯ ปลาเหล่านี้มักกินสาหร่ายบนแนวปะการัง ความสมบูรณ์ของปลาที่พบจึงหมายความถึงความสมบูรณ์ของแหล่งอาหารด้วยเช่นกัน

ในสมุด "รีฟ วอท์ช" ของชาวอูรักราโวจ ไม่มีคำว่า "ปลากนกแก้ว" มีแต่ "อีกัดญัตบาญัติ" ที่หมายความถึง แพรรอทพืช (Parrot Fish) พวกเขารู้จักเจ้าอีกัดญัตบาญัตมากกว่าที่สายตามองเห็น ซึ่งนอกจากรูปกายแล้วพวกเข้ายังรูไปถึงพฤติกรรม อย่าง ปลานกแก้วใช้ฟันที่เป็นแผ่นคมแข็งครูดกินตามผิวปะการัง เวลากินชอบทำเสียง "กุ๊บ กุ๊บ" แถมอีกัดญัตบาญัติบางชนิดมีลักษณะพิเศษคือ ตอนกลางคืนเวลานอนจะสร้างใยอ่อนๆ คล้ายลูกโป่งออกมาหุ้มตัวเองอีกด้วย

ปลาชนิดอื่นต่างมีชือเรียกเป็นภาษาของพวกเขาเอง "อีกัดตูนา" คือ ปลาไหล ส่วน "อีกัดจูลัจซีโยน" ใช้เรียบก ปลาปากแตรและปลาปากขลุ่ย "อีกัดลีตัฮบฮายา" คือ ม้าน้ำ "อีกัดลือปุปาโยก" คือ ปลาสิงโต
"อานะอีกัดบางัน" ปลากะรังจิ๋ว "อีกัดราบารา" ปลาแดง "อีกัดปูโนก" ปลาสร้อยนกเขา "อีกัดยัยลายัย" ปลาผีเสื้อ หรือ ปลาสินสมุทร "อีกัดบูดอ" ปลาสลิดหิน " ฯลฯ

ว่ากันว่า "อูรักลาโวจ" รู้จักปลามากเพราะเริ่มต้นหากินกับปลา พวกเขาดำน้ำหาหอย ปลิงทะเลและกุ้งมังกรได้ด้วยสองมือเปล่า หลังหันมายึดอาชีพประมงขนาดเล็กแทนการเป็นพรานทะเล มีการใช้เรือหัวโทงติดเครื่องยนต์ ใช้อุปกรณ์เครื่องมือจับปลาที่หลากหลายและทันสมัยขึ้น อย่างเครื่องปั๊มลมและสายลมถึงอย่างนั้นส่วนมากก็ยังคงเป็นประมงขนาดเล็กทำลอบตกเบ็ด ลากปลา ก็ยังยึดเป็นอาชีพหลัก มีบ้างส่วนที่หันไปประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว หลายคนทำงานโรงแรม ขับเรือท่องเที่ยว และงานรับจ้างอื่นๆ

น่าดีใจ ที่ได้เห็นพรานผู้ล่าสัตว์น้ำในอดีต กลับกลายมาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้สำรวจเพื่อการอนุรักษ์ในวันนี้

...บนเรือลำย่อมลำเดิม ถึงแม้ตลอดการทำงานมี คลื่นมีลมทำให้อาสาสมัครคนบกออกอาการเมาคลื่นเป็นระยะๆ ...แต่ปราชญ์แห่งท้องทะเลอย่างชาวอูรักราโวจไม่เพียงไร้อาการที่ว่า พวกเขากลับเริ่งร่าแลดูมีความสุขเหมือนคนทำงานกำลังได้กลับบ้าน

บ้านของพวกเขาที่อยู่ใต้ผืนน้ำสีฟ้า

ใครๆก็สามารถอนุรักามรดกทะเลไทยกับโครงการ Reef Watch ได้ง่ายๆ โดยการส่งข้อมูลออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.greenfins-thailand.org หรือส่งข้อมูลโดยตรงถึงอาจารย์นิพนธ์ คงสุวรรณ สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน กลุ่มชีววิทยาและนิเวศวิทยาทางทะเล ตู้ ป.ณ.60 อ.เมือง จ.ภูเก็ต หรืออีเมล nph1959@gmail.com

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง