DMCR NEWS

ทช. ชี้แจงกรณี มทร. ศรีวิชัยฯ ตรัง กับป่าชายเลน

  • 12 พ.ย. 2560
  • 2,076
ทช. ชี้แจงกรณี มทร. ศรีวิชัยฯ ตรัง กับป่าชายเลน

จากข่าวสำนักข่าวอิศรา ประจำวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ กรณี .เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้ขออนุญาตใช้            พื้นที่ป่าไม้ในการก่อสร้างอาคารคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง .ตรัง เมื่อปี ..๒๕๓๕ จากกรมป่าไม้ ,๗๐๐ ไร่ และต่อมามีการก่อสร้างอาคารเกินส่วนที่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ เข้าไปในพื้นที่ป่าชายเลน ๒๑--๕๙ ไร่ อันเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ..๒๕๐๗ นั้น ต่อมาเมื่อมีกรม ทช. ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับ .เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง ว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ..๒๔๘๔ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ..๒๕๐๗ ฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรือทำกินในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคดีอาญาที่ ๒๔๗/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒ 

ต่อมา สถานีตำรวจภูธรสิเกา จังหวัดตรัง ได้มีหนังสือ ที่ ตง ๐๕๒๙/๑๗๙๒ วันที่ มิถุนายน ๒๕๕๓ เรียนอัยการจังหวัดตรัง ว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาพร้อมทั้ง ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดตรังพิจารณา ในเวลาต่อมา คดีเรื่องนี้ สำนักงานอัยการจังหวัดตรัง ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง นายประชีพ ชูพันธ์ กับพวกรวม คน ตามข้อหาดังกล่าว เนื่องจากขาดเจตนา การดำเนินการต่อมามีดังนี้ กรม ทช. มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๔๐๖/๑๔๔๔ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ ส่งเรื่องดังกล่าวให้อัยการสูงสุด ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งกับนายประชีพ ชูพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง กับพวกรวม คน ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน .๕๙๑ ล้านบาท (สองล้านห้าแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยสามสิบเอ็ดบาทสิบแปดสตางค์) ให้แก่กรม ทช. กรณีกล่าวหาว่า การก่อสร้างโรงแรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มีการบุกรุกและทำลายป่าชายเลน อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ บริเวณท้องที่ .ไม้ฝาด .สิเกา .ตรัง เนื้อที่ ๒๑--๕๙ ไร่ ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ..๒๕๓๕ มาตรา ๙๗

สำนักงานการยุติการ ดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ มีหนังสือ ที่ อส ๐๐๒๐/๕๕๗ แจ้งกรม ทช. ว่า อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ปรากฏตามหนังสือกรม ทช. ที่ส่งเรื่องไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ประสงค์จะฟ้องขับไล่บุคคลต่างๆ รวม คน ให้ออกจากพื้นที่ที่บุกรุก ซึ่งแม้จะแจ้งด้วยประสงค์จะให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่และเรียกค่าเสียหาย อันอาจถือได้ว่าเป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน ได้แก่ กรม ทช. กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ที่จะพิจารณาตัดสินชี้ขาดได้ก็ตาม แต่ กยพ. ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินชี้ขาดบังคับถึงบุคคลภายนอกทั้ง คน ที่กล่าวข้างต้นได้ ชอบที่กรม ทช. จะต้องใช้สิทธิทางศาล โดยฟ้องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง และบุคคลทั้งหมดรวมในคดีเดียวกัน 

กรม ทช. ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๔๐๖/๒๐๘๖ ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ ส่งเรื่องดังกล่าวให้อัยการจังหวัดตรัง ดำเนินการฟ้องคดีแพ่งกับนายประชีพ ชูพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง กับพวกรวม คน         ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน .๕๙๑ ล้านบาท (สองล้านห้าแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยสามสิบเอ็ดบาทสิบแปดสตางค์) ให้แก่กรม ทช. ต่อไป 

อย่างไรก็ตามคดีนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีหนังสือ ที่ ศธ ๐๕๙๒()./๔๘๖๓ ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เรื่อง ขอผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวเกี่ยวข้อง มาบังคับใช้เป็นการเฉพาะราย ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (เพิ่มเติม) ป่าคลองกะลาเส และป่าคลองไม้ตาย หมู่๓ .ไม้ฝาด .สิเกา .ตรัง เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการศึกษา ถึงรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประจิน จั่นตอง) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจังหวัดตรังแจ้งว่า บัดนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

สำนักงานคดีแรงงานภาค ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ อส ๐๐๓๘()/๓๐๖ ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ส่งสำนวนเอกสารคืนมายังกรม ทช. เพื่อรอฟังผลมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวก่อน หากในที่สุดแล้วคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหา ให้กรม ทช. ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการจังหวัดตรังดำเนินคดีต่อไปภายในอายุความ ซึ่งคดีนี้มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ นับแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ (ครบกำหนดวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒

และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันกำหนดอายยุความ สำหรับคดีแพ่ง ในชั้นนี้ กรม ทช. ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส ๐๔๐๖/๒๒๗๗ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด มอบหมายให้อัยการจังหวัดตรัง ยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง กับ .เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง และผู้บุกรุกชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง .๕๙๑ ล้านบาท ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่าง อัยการจังหวัดตรัง พิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 

กรณีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ๖๔,๒๐๙ ล้านบาท เป็นกรณี ดำเนินการของ สนง.คณะกรรมการอุดมศึกษา ในการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่รัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ..๒๕๓๙ ซึ่งเรียกร้องจาก เจ้าหน้าที่ .เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตตรัง ในการนี้ กรม ทช. ได้มอบหมายให้กลุ่มนิติการติดตามคดีอย่างใกล้ชิด

กรม ทช. จะนำปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนโยบายของรัฐและประโยชน์สาธารณะ ต่อไป

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง