กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

นักวิจัย ทช.ย้ายปลูกอนุรักษ์กัลปังหา

  • 31 มี.ค. 2557
  • 1,266

จนท.สถาบันวิจัยฯ-อาสาสมัครย้ายปลูกกัลปังหา ระบุในธรรมชาติพบน้อยลง-ต้องช่วยกันอนุรักษ์
(บ้านเมือง 5 มี.ค.53)


เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยฯ ภูเก็ต อาสาสมัครดำน้ำร่วมกันขนย้าย “กัลปังหาเมลิเทีย” จากกระชังเลี้ยงปลาหน้าอ่าวฉลองไปปลูกเพื่อศึกษา นักวิชาการระบุแนวโน้มกัลปังหามีจำนวนลดลงต้องช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟู พร้อมเผยการย้ายปลูกเพิ่มมีการดำเนินการ ขณะที่เจ้าของกระชังระบุการดูแลกัลปังหาช่วยให้ลูกปลา/กุ้งเข้ามาอาศัยส่งผล ลดค่าใช้จ่ายซื้อลูกพันธุ์ส่วนหนึ่ง

ภูเก็ต/ ที่บริเวณกระชังเลี้ยงปลาของนายจรูญ ก้อนทรัพย์อยู่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าชายหาดป่าหล่าย อ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต อาสาสมัครนักดำน้ำช่วยกันตัดต้นกัลปังหา สายพันธุ์ เมลิเทีย ขนาดต่างๆ ซึ่งนายจรูญเลี้ยงไว้รอบๆ กระชังเลี้ยงปลา เพื่อย้ายไปปลูกที่บริเวณอ่าวชายหาดเขาขาด และสะพานสถาบันวิจัยฯ ตามโครงการ “คืนกัลปังหาสู่ทะเล” ซึ่งสมาคมกรีนฟินส์ และสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต รวมทั้งนายจรูญ ก้อนทรัพย์อยู่ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อศึกษาการปลูกกัลปังหาซึ่งทำขึ้นเป็นครั้งแรกของจังหวัดภูเก็ต

น.ส.เทพสุดา ลอยจิ้ว นักวิชาการศึกษาเรื่องกัลปังหา สถาบันวิจัย กล่าวว่า กัลปังหาในทะเลนั้นมีอยู่กว่า 24 สายพันธุ์ สำหรับสายพันธุ์เมลิเทีย ซึ่งเป็นกัลปังหาที่พบในน้ำตื้นจะมีหลายสีทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม เป็นพันธุ์ที่พบได้ทั่วไป ในระดับน้ำลึกไม่เกิน 5 เมตร สำหรับสถานการณ์กัลปังหานั้นถือว่ามีปริมาณลดลงเรื่อ ยๆเช่นเดียวกับปะการัง เนื่องจากบางครั้งกัลปังหาเหล่านี้จะถูกเรือประมงลาก ทำลายให้เสียหาย ในส่วนของนักวิชาการเห็นว่าจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อให้กัลปังหาอยู่คู่กับทะเลต่อไป ซึ่งที่ผ่านมานั้นมีการศึกษาเรื่องของการเพาะขยายพัน ธุ์ชนิดต่างๆ แต่ก็ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ส่วนเกาะเพาะย้ายอย่างที่เจ้าของกระชังทำนั้นถือว่าเป็นการทำครั้งแรก แต่คิดว่าโอกาสรอดน่าจะมีสูงเพราะการย้ายปลูกนั้นจะต ้องมีรากไปด้วย ไม่ได้หักจากกิ่งแต่อย่างใด และเท่าที่ทราบทางเจ้าของกระชังได้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง

น.ส.เทพสุดา กล่าวต่อว่า สำหรับการย้ายปลูกในครั้งนี้จะทดลองย้ายปลูกใน 2 จุด คือที่บริเวณหน้าหาดเขาขาดซึ่งเป็นจุดที่เจ้าของกระชังนำไปปลูกอยู่แล้ว และอีกจุดคือที่บริเวณสะพานสถาบันวิจัย ซึ่งจุดนี้จะทำให้ต่อการศึกษาวิจัย เพราะหลังจากการย้ายปลูกจะมีการเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

น.ส.เทพ สุดา กล่าวต่อว่า สำหรับกัลปังหาดังกล่าวนั้นจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ม ีน้ำไหลเชี่ยวและกินแพลงก์ตอนขนาดเล็กเป็นอาหาร โดยพื้นที่ที่มีกัลปังหาดังกล่าวจำนวนมากๆ ก็จะเป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ทั้งลูกปลา ลูกกุ้ง ถ้าทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลก็จะช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในทะเลด้วย

ขณะที่นายจรูญ ก้อนทรัพย์อยู่ เจ้าของกระชังที่เลี้ยงกัลปังหากล่าว จากการที่ย้ายปลูกกัลปังหาที่ผ่านมาพบว่ากัลปังหาที่ นำไปปลูกนั้นเติบโตดี และในระหว่างที่ดูแลกัลปังหาไว้ที่กระชังก็กลายเป็นแหล่งอาศัยของลูกปลาและสัตว์ทะเลขนาดเล็ก เพราะที่ผ่านมาจะปล่อยให้พ่อแม่พันธุ์ปลาที่เลี้ยงใน กระชังวางไข่ตามธรรมชาติเมื่อปลาวางไข่ลงในทะเลและฝั กเป็นตัวก็จะว่ายน้ำเข้าไปอาศัยอยู่ในกอของกัลปังหา หลังจากนั้นตนก็จะจับลูกปลาที่มีขนาดใหญ่พอประมาณกลับเข้ามา เลี้ยงในกระชังต่อซึ่งทำให้ประหยัดในเรื่องของเงินทุนที่ใช้สำหรับซื้อลูกปลามาเลี้ยงได้ส่วนหนึ่งด้วย โดยปะการังที่มีการย้ายปลูกในวันนี้มีมากกว่า 100 กอ

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง