กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

DMCR NEWS

ร้อนทะลุปรอท

  • 31 มี.ค. 2557
  • 1,266

ร้อนทะลุปรอท : คอลัมน์ คอลัมน์ที่13
(ข่าวสด 9 ก.พ.53)


ศูนย์การความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยต้องประสบในปีนี้ก็คือ ปรากฏการณ์ "เอลนิโญ่" ระดับรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี

ความรุนแรงดังกล่าวจะทำให้เกิดภาวะร้อนและแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 42 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยในปีนี้ตรงกับวันที่ 22 เม.ย.

"เอลนิโญ่"(El Nino) คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เป็น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของกระแสอากาศกับกระแ สน้ำในมหาสมุทรทั้งบนผิวพื้นและใต้มหาสมุทร

"เอลนิโญ่" เป็นคำภาษาสเปน แปลว่า "บุตรพระคริสต์" หรือพระเยซู เป็นชื่อของกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเลียบชายฝั่งทะเลของปร ะเทศเปรูลงไปทางใต้ทุกๆ 2-3 ปี

บางครั้งอาจจะยาวนานข้ามปีถัดไป เป็นคาบเวลาที่ไม่แน่นอนและมีผลทางระบบนิเวศและห่วงลูกโซ่อาหาร ปริมาณปลาน้อย นกกินปลาขาดอาหาร ชาวประมงขาดรายได้

ตั้งแต่ปี 2552 นักวิจัยจากศูนย์พยากรณ์อากาศทั่วโลกต่างจับจ้องไปยังกระแสน้ำทะเลแปซิฟิก เนื่องจากมีความแปรปรวนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในร อบ 10 ปี

ปกติลมจะพัดจากฝั่งทะเลตะวันออก หรือแถวประเทศเปรู ชิลี เอกวาดอร์ ไปยังฝั่งตะวันตกใกล้อินโดนีเซียและออสเตรเลีย

แต่เมื่อปีที่แล้วเกิดคลื่นใต้ผิวน้ำพัดพาน้ำอุ่น ไม่ใช่น้ำอุ่นธรรมดา แต่เป็นน้ำทะเลที่อุ่นมากจากฝั่งตะวันตกไปแทนที่น้ำเ ย็นฝั่งตะวันออก

ปรากฏการณ์ "เอลนิโญ่" จะทำให้ภูมิภาคที่อุดมสมบูรณ์คือแปซิฟิกตะวันออก ประสบกับความแห้งแล้ง
ขณะที่จะทำให้ฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกา โดยเฉพาะอเมริกาใต้ประสบปัญหาพายุฝนรุนแรงและน้ำท่วม
นักวิชาการหลายคนเตือนว่าปรากฏการณ์ "เอลนิโญ่" ปีนี้จะส่งผลให้เกิดภัยแล้งทั่วประเทศ
โดยหน้าร้อนปีนี้จะเริ่มร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และจะร้อนที่สุดในเดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ฝนก็จะไม่ตกมากนัก
และ "เอลนิโญ่" จะยาวนานจนถึงเดือนตุลาคม 2554 เลยทีเดียว หน้าร้อนปีนี้ยังเป็นการเผาหลอก ช่วงฤดูร้อนของปี 2554 จึงจะแล้งแบบเผาจริง เพราะปีนี้ยังมีน้ำเหลือในเขื่อน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ จากปี 2552 ที่ยังพอมีฝนตก

แต่เริ่มต้นปี 2553 ฝนตกน้อย น้ำถูกดึงมาใช้อุปโภคบริโภคแทบหมด เมื่อไม่มีน้ำธรรมชาติมาเติมลงไป แหล่งน้ำทั่วประเทศก็จะแห้งจนถึงหน้าร้อนปี 2554 คนไทยจะเผชิญทั้งอากาศร้อนและสภาพขาดแคลนน้ำเหมือนใน ปี 2541 และเมื่อหมดฤดูร้อนของปี 2554 จะเข้าสู่ฤดูฝนที่ฝนจะตกหนัก คาดว่าต้องเจอพายุกระหน่ำหลายลูก เพราะเมื่อเกิดกระแสน้ำอุ่นจัดก็จะเกิดความชื้นมาก แล้วก่อตัวเป็นพายุฝน

สำหรับอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ปี 2514-2543 วัดได้ 35-36 องศาเซลเซียส
แต่คำพยากรณ์ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2553 อากาศ จะร้อนจนทะลุ 40 องศาเซลเซียส เกือบทั่วประเทศ
โดยภาคเหนือและภาคอีสานจะสูงที่สุด 41-43 องศาเซลเซียส
ภาคกลางและภาคตะวันออกอุณหภูมิเฉลี่ย 40-42 องศาเซลเซียส
ส่วนภาคใต้กับกรุงเทพฯ จะดีกว่าเล็กน้อย คือ 37-39 องศาเซลเซียส

ทั้งหน่วยราชการและประชาชนต้องให้ความสำคัญกับปัญหานี้อย่างจริงจัง เตรียมตัวเตรียมสภาพนี้แต่เนิ่น ๆ เพราะร้อนและแล้งกว่าปกติ ทั้งรุนแรงและยาวนาน

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง