เรียนรู้ระบบนิเวศวิทยาใต้น้ำปลูกจิตสำนึกเยาวชนรักทะเล
ไทยโพสต์ 08-05-54
หลายปีที่ผ่านมา คลื่นยักษ์สึนามิได้ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงไว้กับจังหวัดทางภาคใต้ฝั่ง อันดามันของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน ฯลฯหรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตต่างๆ โดยเฉพาะแนวปะการัง ที่ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะสามารถฟื้นฟูให้สวยงามได้ดั่งเดิม
ภัยพิบัติดังกล่าวทำให้เกิดการรวมตัวกันของนักดำน้ำมืออาชีพกว่า 50คนจากกรุงเทพฯ มาประชุมปรึกษาหารือกันถึงหนทางที่จะเข้ามามีส่วนร่ว มในการช่วยเหลือสังคมโดยเริ่มจากสิ่งที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ นั่นคือการร่วมมือกับนักดำน้ำท้องถิ่นภาคใต้ออกดำน้ำสำรวจผลกระทบของคลื่นสึ นามิที่มีต่อแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล
แต่เนื่องจากงานฟื้นฟูแนวปะการังใต้ทะเลเป็นงานที่ต้องดำเนินการอย่างต่อ เนื่องและใช้เวลามากทางกลุ่มจึงเห็นว่าควรจัดตั้งเป็นมูลนิธิ โดยใช้ชื่อว่า "มูลนิธิเพื่อทะเล (ForSea Foundation)” และได้จดทะเบียนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2548 เพื่อให้มีทีมงานถาวรในการสืบสานและติดตามผลการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรทาง ทะเลของไทยต่อไปในอนาคต
นายศรันต์ กิตติวัณณะกุล ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อทะเล กล่าวว่า มูลนิธิมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล การฟื้นฟูแนวปะการังที่ได้รับความเสียหาย ทั้งจากภัยธรรมชาติและจากการกระทำของมนุษย์
อีกทั้งการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติทางทะเลการร่วมสนับสนุนการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการประกอบสัมมาชีพในท้องถิ่นและให้ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์
เขาบอกว่า กิจกรรมที่ผ่านมาของเรามีมากมาย ตั้งแต่การสำรวจและศึกษาผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่มีต่อแนวปะการังบริเวณหมู่ เกาะสิมิลันซึ่งพบว่ามีกัลปังหา (Sea Fans) และปะการังโครงร่างแข็งจำนวนมากเช่น ปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ฯลฯ เกิดการฉีก ขาด หัก คว่ำอยู่บนพื้นทรายจึงได้เข้าไปทำการพลิกฟื้น ซ่อมแซม และติดยึด เพื่อฟื้นฟูปะการังเหล่านั้น
นอกจากนี้ยังจับมือกับ SOS (www.SaveOurSea.net)จัด กิจกรรมปล่อยหอยมือเสือคืนทะเล ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหอยมือเสือกินอาหารโดยการอ้าปากดูดกรองอาหารที่ลอยมาตามน้ำ ดังนั้น บริเวณใดที่มีหอยมือเสืออาศัยอยู่ น้ำจะใสสะอาด ซึ่งช่วยให้ระบบนิเวศของทะเลดีตามไปด้วย
กิจกรรมเก็บขยะและตัดอวนของชาวประมงที่ขาดติดอยู่ตาม แนวปะการังซึ่งช่วยให้แนวปะการังใสสะอาดและสวยงาม ที่สำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของปลาและสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ใต้ท้องทะเล อีกด้วย
โครงการฝูงบินปะการังเพื่อทะเล จากความอนุเคราะห์ของกองทัพอากาศที่ได้มอบเครื่องบินเก่าปลดระวางจำนวน 10 ลำให้แก่มูลนิธิใช้สร้างแนวปะการังเทียมให้เป็นแหล่งดำน้ำใหม่ เพื่อที่จะดึงดูดนักดำน้ำจากจุดดำน้ำธรรมชาติต่างๆ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศวิทยาใต้น้ำในอนาคต
"นายศรันต์” กล่าวว่าล่าสุดมูลนิธิเพื่อทะเลและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดโครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเลไทย รุ่นที่ 9 ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมส่งเรียงความประกวดหัวข้อ "โลกร้อน ทะเลล้า”ผลงานผู้ผ่านคัดเลือกรับสิทธิ์เรียนดำน้ำลึกพร้อมเข้าค่ายปฏิบัติ จริง ณ เกาะไหง ทะเลตรัง ระหว่างวันที่ 26 เมษายน-3พฤษภาคม 2554 นี้
"เราเห็นความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ทะเลให้กับ เยาวชนเพราะเยาวชนจะต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ และจะเป็นผู้ที่สร้างผลกระทบต่างๆให้กับสิ่งแวดล้อมทั้งในด้านดีและด้านร้าย หากเราสามารถปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นนักอนุรักษ์และการหวงแหนธรรมชาติให้ กับเยาวชนได้ จึงเท่ากับเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน”เขากล่าว และว่า
มูลนิธิเพื่อทะเลจึงได้สานต่อความสำคัญของโครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้อง ทะเลไทยขึ้นเป็นครั้งที่9 โดยที่ผ่านมาโครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีเยาวชนที่ผ่านการอบรมในโครงการนี้ไปแล้วกว่า200 คน
สำหรับเด็กที่เข้าร่วมโครงการจะมีเยาวชนจำนวน 30 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากการเขียนเรียงความ สอบสัมภาษณ์สามารถว่ายน้ำได้อย่างดี และผู้ปกครองเห็นชอบจะได้รับการฝึกอบรมดำน้ำจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ระหว่างวันที่ 26 เมษายน-3 พฤษภาคม 2554 ณเกาะไหง ทะเลตรัง
หลังจากจบหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบัน PADI(Professional Association of Diving Instructor) เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงการผ่านหลักสูตรเรียนดำน้ำที่สถาบันทั่วโลกให้การ ยอมรับ และยังสามารถนำไปเข้าร่วมกิจกรรมเรียนดำน้ำระดับขั้นสูงขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติเป็นเวลา 6วัน มีการเรียนดำน้ำลึกแบบ Scuba หลักสูตร Openwater Diver ตามมาตรฐานของ PADI และยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยาใต้น้ำการอยู่อาศัยแบบพึ่งพิงกัน พร้อมกับฝึกหัดการจดบันทึกปลาทะเลที่พบเห็นใต้น้ำ อันนำไปสู่การปลูกฝังจิตสำนึกผู้นำนักอนุรักษ์ในอนาคต
"กิจกรรมทั้งหมดทั้งมวลที่ทางมูลนิธิเพื่อทะเลจัดขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างจิตสำนึกความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ธรรมชาติใต้ทะเล พร้อมทั้งหาแนวร่วมใหม่ๆ ที่จะปกป้องผืนทะเลไทยรวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเลอ ย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต”ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อทะเลกล่าว