DMCR NEWS

คืนธรรมชาติสู่ทะเลไทย

  • 2 มิ.ย. 2557
  • 315

คืนธรรมชาติสู่ทะเลไทย
................. โดย พัชราภรณ์ พลายงาม
คม ชัด ลึก 09-09-54

ครั้งหนึ่งเสียงปืนของกลุ่มนายทุนดังสนั่นลั่นหมูบ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ทำให้ต้องสูญเสียแกนนำผู้อนุรักษ์พื้นที่หญ้าทะเลผืนสุดท้ายของอ่าวพังงา เพื่อก่อกำเนิดพันธุ์พืชและสัตว์ทะเลต่อไป บริษัทควิกซิลเวอร์ ประเทศไทย จำกัด จะเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสิ่งดีดีกลับคืนสู่สภาพแวดล้อมให้แก่ท้องทะเลไทย อีกครั้ง

ไพทูล แพนชัยภูมิผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ภูเก็ตเผยว่า อ่าวป่าคลอกอยู่ใน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ตและเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวพังงา ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลและเป็นทรัพยากรชายฝั่งที่อยู่ในระดับที่สมบูรณ์มาก มีตัวชี้วัดความสมบูรณ์ คือปลาพะยูนที่เข้าหามากินในอ่าวป่าคลอกบ่อยครั้งจากการสำรวจของสถาบันวิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลพบว่าอ่าวป่าคลอกมีทรัพยากรมากที่สุด ทั้งป่าชายเลนและแนวหญ้าทะเลที่มีเนื้อที่ถึง 1,780 ไร่ พบหญ้าทะเลสำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ หญ้าใบมะกรูด หญ้าคาทะเล หญ้าชะเงาเต่า หญ้าเงาแคระหญ้าชะเงาใบมน หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย และหญ้ากุยช่ายทะเลต่อมาเกิดการบุกรุกเพื่อทำธุรกิจกุ้งกุลาดำและกิจการ รีสอร์ททำให้สูญเสียระบบนิเวศน์ไปเป็นจำนวนมาก

อีกเสียงหนึ่งของ จรุณ ราชพลผู้แกนนำภายใต้ชื่อกลุ่มว่า กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งบ้านป่าคลอก บอกเล่าว่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทะเลอ่าวป่าคลอกประสบกับปัญหาครั้งใหญ่ทะเลถูกทำลายจากเรืออวนรุน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมายลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้าม 3,000 เมตรจึงแจ้งกับหน่วยงานภาครัฐให้เข้ามาตรวจสอบและเป็นเหตุให้แกนนำคนหนึ่ง ถูกยิงเสียชีวิต ถึงกระนั้นก็ถูกละเลยสุดท้ายจึงได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจึงมีโอกาส เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทำให้มีการวางแนวเขตที่ชัดเจนมากขึ้น

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญของการดำรงชีพหากแต่ทุกคน ต้องช่วยกันปกป้องดูแลเพราะนอกจากจะมีไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้แ ล้วยังคงไว้เพื่อเผ่าพันธุ์ของสัตว์ทะเลแต่ทว่าการตอบแทนธรรมชาติก็คงเป็น เรื่องที่เราควรช่วยกันออกแรงฟื้นฟูระบบนิเวศอีกครั้ง

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง