DMCR NEWS

ฝ่าวิกฤติ กทม.เปิดแผนรับน้ำท่วม

  • 2 มิ.ย. 2557
  • 1,362
ฝ่าวิกฤติ กทม.เปิดแผนรับน้ำท่วม

ฝ่าวิกฤติกทม.เปิดแผนรับน้ำท่วม
คมชัดลึก 19-09-54

ฝ่าวิกฤติกทม. !!!เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุง54 : รายงานพิเศษ โดย ธนัชพงศ์คงสาย

วิกฤติการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย ความเสียหายขยายวงกว้างกินพื้นที่เกือบ 30 จังหวัดทั่วประเทศชาวบ้านได้รับความเดือนดอนเป็นล้านคน จากการประเมินของกรมชลประทานคาดว่า “น้ำเหนือทัพใหญ่” จะทยอยไหลลงเขื่อนสู่เขื่อนเจ้าพระยาและรวมตัวมุ่งสู่ลุ่มเจ้าพระยาเตรียม เข้าสู่พื้นที่ “เมืองหลวง”ช่วงวันที่ 19-20 กันยายนนี้ถึงแม้กรมอุตุนิยมวิทยามั่นใจว่าปริมาณน้ำจะไม่เกินคันกั้นน้ำ ของกรุงเทพมหานครที่ระดับ 2.5 เมตร แต่กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักการระบายน้ำ กทม. ต้องเกาะติดสถานการณ์ทุกระยะ

สำนักการระบายน้ำวางมาตรการพิทักษ์เมืองหลวงเริ่มจาก “แผนรับมือ” ช่วงที่น้ำก้อนใหญ่จะทะลักเข้าสู่กทม.วันที่ 19-20 กันยายน สัญญา ชีนิมิตผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กางแผนรับมือรับ “ศึก 3 ด้าน” คือ 1.น้ำเหนือที่จะผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะระบายออกทะเลโดยตรง 2.น้ำที่จะผ่านมาทางฝั่งตะวันออกของกทม. จะมีคลอง “คลองระพีพัฒน์” เปิดหน้ารับเป็นด่านแรกจากนั้นน้ำจะถูกผันเข้าสู่ประตูระบายน้ำ “พระนารายณ์”ผ่านคลอง 13 ผ่านเขตหนองจอก ผ่านเขตมีนบุรีผ่านเขตลาดกระบัง ไหลออกสู่ทะเลที่ จ.สมุทรปราการ

3.ฝั่งด้านตะวันตก จะมีแม่น้ำ “นครชัยศรี” แม่น้ำ “ท่าจีน”ทำหน้าที่รับปริมาณน้ำขนาดใหญ่ โดยมีคลอง “มหาสวัสดิ์”คอยเชื่อมน้ำเข้าสู่ระบบซึ่งจะใช้ระยะเวลาไม่นานน้ำที่ผ่านมา ทางฝั่งตะวันตกจ ะผ่านแม่น้ำท่าจีนออกสู่ทะเล

ถ้าช่วงฟ้าไม่มีพายุฝนถือเป็น “นาทีทอง” ให้ “ฝั่งด้านตะวันออก”เร่งระบายน้ำผ่านคลองประเวศ คลองแสนแสบเข้าอุโมงค์ระบายน้ำเข้าสถานีสูบน้ำที่พระโขนง สามารถระบายน้ำได้วันหนึ่งประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร

“ฝั่งตะวันตก” จะระบายน้ำผ่านคลองทวีวัฒนาเรียบไปตัดคลองภาษีเจริญ ลงสู่แก้มลิงสนามชัยที่คลองราชมนตรีซึ่งน้ำบางส่วนก็ไหลสู่คลองดาวคะนอง คลองชักพระ คลองบางกอกใหญ่สามารถระบายน้ำประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันส่วนน้ำเหนือก้อนมหาศาลที่ผ่านเข้าสู่ “แม่น้ำเจ้าพระยา”กทม.ได้เตรียมสถานีสูบน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำคอยตั้งรับผสาน การทำงานกับประตูระบายน้ำ 200 กว่าแห่งเข้าประกบน้ำไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ชั้นในของกทม.

ขณะที่แนวป้องกันริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจากทั้งหมด86 กิโลเมตร กทม.ได้ก่อสร้างแนวป้องกันระยะทางยาวถึง 77กิโลเมตร โดยสร้างเสร็จไปแล้ว 75.8 กิโลเมตรล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรผู้ว่าฯกทม.สั่งให้ก่อสร้างเพิ่มอีก 7 กิโลเมตรจากเดิมกทม.มีแนวป้องกันน้ำริมฝั่งเจ้าพระยาสูง 2.50-3 เมตรไล่เรียงพื้นที่ทิศเหนือของกทม.ตั้งแต่เขตบางซื่อถึงสะพานซังฮี้จะมีแนว ป้องกันทั้งส องฝั่งสูงประมาณ 3 เมตร

ส่วนแนวป้องกันจากสะพานซังฮี้ถึงสะพานพระราม9 จะอยู่ที่ระดับ 2.80 เมตรจากสะพานพระราม 9 ลงไปพื้นที่ฝั่งทิศใต้จะอยู่ระดับที่ 2.50เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ “หน่วยเบสท์” กว่า 700 นาย คอยมอนิเตอร์เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24ชั่วโมง

แต่ยังมี “พื้นที่เสี่ยง”อีก 27 ชุมชนที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ จำนวน 13 เขต รวมกว่า 1,200ครัวเรือน ผู้ว่าฯ กทม.จึงสั่งด่วนให้สำนักงานเขตเตรียมแผนรองรั บ 3ระดับ หากน้ำสูงเกิน 1.7 เมตร โดยเฉพาะแผน “อพยพ” ไปพื้นที่โรงเรียนในสังกัดกทม.และจุดปลอดภัยให้ถือเป็นเรื่องสำคัญ

โชค ชัยเกตุ ชาวชุมชนท่าน้ำบางโพธิ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางซื่อ กล่าวว่าที่ผ่านมาเมื่อมีฝนตกระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นจนทำให้น้ำ เข้าท่วมเข้าพื้นที่บ่อยครั้งชาวบ้านจึงช่วยกันหากระสอบทรายมาป้องกัน ซึ่งเป็นสภาพแบบนี้ทุกปีหากปีไหนฝนตกลงมามากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะ เพิ่มขึ้นตามไปด้วยทำให้ชาวบ้านต้องหาแนวทางป้องกันเบื้องต้นเอง

อย่างไรก็ตามกทม.ประเมินว่าหากสถานการณ์น้ำเหนือไหลเข้ามาปริมาณมากจนล้นแนว ป้องกันจะเปิดเครื่องสถานีสูบน้ำทั้งหมด 158 แห่งเร่งสูบระบายน้ำที่ท่วมขังจากพื้นที่ชั้นในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาผ่าน เครือข่ายคลองหลักๆ โดยเร็วซึ่งสถานีสูบน้ำมีอัตราการระบายอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีและมี “เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่” ตั้งอยู่ตามตรอกซอกซอยอีก700 กว่าเครื่อง กระจายอยู่ใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ

ยิ่งไปกว่านั้นแผนรับมือน้ำท่วมปีนี้จะเป็นการชี้วัดศักยภาพของ “อุโมงค์ยักษ์”ซึ่งกทม.มั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพฯ ตามแผนโครงการอุโมงค์ยักษ์จะมีการก่อสร้างทั้งหมด 4 แห่ง คือ 1.อุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหงระบายน้ำได้ปริมาณมากกว่า 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 5 เมตร ระยะทางยาว 5 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นที่คลองลาดพร้าวเชื่อมกับคลองแสนแสบและไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เทียบเท่ากับการระบายน้ำออกจากสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน 4สระ ภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที

หากเปรียบเทียบการระบายน้ำก่อนโครงการอุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหงจะผุด ขึ้น เมื่อเกิดน้ำท่วมถนนย่านพระรามเก้า-รามคำแหงจากเดิมปริมาณน้ำที่เคยท่วม 20-30 เซนติเมตรใช้เวลาระบายดำเนินการ 3-4 ชั่วโมง แต่เมื่อนำระบบ “อุโมงค์ยักษ์” เข้ามาใช้สามารถลดเวลาระบายภายใน 1ชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

2.อุโมงค์ยักษ์รัชดาภิเษก-สุทธิสารช่วยระบายน้ำในเขตพื้นที่ห้วยขวาง ดินแดง จตุจักร พญาไท ดุสิต และบางซื่อมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร เส้นทางยาว 6 กิโลเมตร เริ่มจากย่านถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนสุทธิสารจากนั้นไปสิ้นสุดที่แม่น้ำเจ้า พระย าเริ่มก่อสร้างไปแล้วเมื่อกลางปี 2554

3.อุโมงค์สวนหลวง ร.9 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร มีความยาวอยู่ที่ 9.5กิโลเมตร ประสิทธิภาพในการระบายน้ำอยู่ที่ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจุดเริ่มต้นจากสวนหลวง ร.9 ไปถึงแม่น้ำเจ้าพระยาอุโมงค์นี้จะทำให้พื้นที่กว่า 85 ตารางกิโลเมตรได้รับประโยชน์ รวมถึงพื้นที่ย่านประเวศ พระโขนง บางนา และสวนหลวง

4.อุโมงค์ยักษ์ดอนเมืองจะเป็นอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่จะยาวที่สุด และใหญ่ที่สุดในบรรดา 4 แห่ง มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 6 เมตร ยาว 13.5กิโลเมตร ประสิทธิภาพในการระบายน้ำมากกว่า 15 เท่าเมื่อเทียบกับแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อนในย่านสุขุมวิทโดยครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 100 ตารางกิโลเมตรรวมไปถึงพื้นที่ย่านจตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมืองและบางส่วนของพื้นที่เขตสายไหม เริ่มต้นก่อสร้างปี 2555 เช่นกันทั้งนี้ อุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จไม่เกิน 5 ปี

อุโมงค์ยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหงยังเป็นตัวช่วยเสริมการระบายน้ำด้านตะวัน ออกที่เป็นป ริมาณน้ำเหนือไหลเข้ามาเพราะเมื่อเปิดประตูระบายน้ำที่คลองประเวศ คลองแสนแสบจัดจราจรน้ำผ่านเข้าอุโมงค์ยักษ์ก็ช่วยเพิ่มการระบาย น้ำเหนือได้วันหนึ่งประมาณ 4ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนฝั่งตะวันตกได้วันละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้กทม.ยังมีแผนหลักในการป้องกันน้ำท่วม โดยใช้พื้นที่ “แก้มลิง”ทั้งหมด 21 แห่งสามารถรองรับปริมาณน้ำได้มหาศาล 12,749,505 ล้านลูกบาศก์เมตรอาทิ ที่บึงหนองบอน เขตประเวศ ปริมาณเก็บกักน้ำ 5 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรแก้ไขน้ำท่วมเขตประเวศ พระโขนง บึงสวนสยาม ปริมาณเก็บกักน้ำ 228,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แก้ไขน้ำท่วมถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี บึงมักกะสันเขตราชเทวี ปริมาณเก็บกักน้ำ 261,600 ล้านลูกบาศก์เมตรแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนราชปรารถ ถนนศรีอยุธยา ถนนอโศก ดินแดง เขตราชเทวี

ที่สำคัญโครงการแก้มลิงตะวันตกตามพระราชดำริ1 แห่ง คือ แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย เขตบางขุนเทียนในพื้นที่ 1.9 หมื่นไร่ มีปริมาณเก็บกักน้ำถึง 6 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับแก้ไขน้ำท่วมและน้ำเน่าเสียในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและปริมณฑล

นอกจากนี้ กทม.ยังมี “ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม” โดยสถานีเครือข่าย 75สถานี ดังนั้นมั่นใจว่าจะสามารถผ่านสถานการณ์น้ำในปีนี้ได้ค่อนข้างแน่ หากแต่ปริมาณ “น้ำ 3 เกลอ”ตามที่ “ผู้ว่าฯกทม.” เคยบอกไว้ประกอบด้วย 1.ฝนตกหนัก 2.น้ำเหนือไหลลงมาสมทบและ 3.น้ำทะเลหนุน มารวมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กทม.อาจมีปัญหาและไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ระยะสั้น

อย่างน้อย “สถิติ”ได้ทำให้ “คนกรุง” อุ่นใจเพราะปรากฏการณ์เหล่านี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นไปอีกนาน

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง